Search

Organic และ Natural ต่างกันอย่างไร?

คำว่า organic หรือ “ออร์แกนิค” มักดึงดูดความสนใจของบรรดาผู้บริโภคอย่างเราๆ เสมอ เพราะทุกคนเชื่อว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน

 

แต่คำนี้ในแวดวงของผลิตภัณฑ์เสริมความสวยความงาม…คุณแน่ใจแล้วหรือไม่ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นปลอดภัยจริงๆ?  

 

Organic คืออะไร?

organic คืออะไร ต่างกับ natural อย่างไร

ในเชิงของผลผลิตทางการเกษตร ผลผลิตที่ได้รับการรับรองว่าเป็น “ออร์แกร์นิค” แน่นอนว่าจะต้องปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของเราอยู่แล้วค่ะ เพราะตลอดกระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการบรรจุผลิตภัณฑ์จะไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

 

โดยในปัจจุบัน มีสถาบันรับรอง Organic มาตรฐานสากลระดับโลกหลายแห่งที่เป็นที่ยอมรับ เช่น BDIH ของประเทศเยอรมัน, ECOCERT ของประเทศฝรั่งเศส, USDA Organic ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งแต่ละแห่งก็มีกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการรับรองแตกต่างกันออกไป แต่ในที่นี้เราขอยกตัวอย่างเกณฑ์การรับรองของ USDA Organic มาให้ทุกคนได้เห็นภาพกันค่ะ  

 

การรับรองจาก USDA Organic  จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

  1. Organic 100%

ส่วนผสมทั้งหมดในผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านการผลิตแบบออร์แกนิคเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการปลูก เก็บเกี่ยว ตลอดจนการสกัด ซึ่งหากผ่านมาตรฐานก็จะได้รับอนุญาตให้แสดงตราประทับของ USDA Organic บนบรรจุภัณฑ์ได้

  1. Organic

ส่วนผสมทั้งหมดในผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านการผลิตแบบออร์แกนิค อย่างน้อย 95% และอีก 5% ที่เหลือจะเป็นสารเคมีแบบเป็นธรรมชาติหรือไม่เป็นธรรมชาติก็ได้ แต่ต้องเป็นที่ยอมรับ ถึงจะได้รับอนุญาตให้แสดงตราประทับของ USDA Organic บนบรรจุภัณฑ์ได้นั่นเองค่ะ

  1. มีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิค

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเป็นออร์แกนิค อย่างน้อย 70% และอีก 30% เป็นสารเคมีที่ได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์แบบออร์แกนิค 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะผ่านการรับรอง แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงตราประทับ USDA Organic บนบรรจุภัณฑ์อยู่ดีนั่นเองค่ะ

  1. มีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคน้อยกว่า 70% (Less than 70% organic ingredients) 

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้คำว่า “ออร์แกนิค” รวมไปถึงการแสดงตราประทับ USDA Organic บนบรรจุภัณฑ์ แต่ได้รับอนุญาตให้ระบุส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคในตารางแสดงรายการส่วนผสมพร้อมทั้งระบุเปอร์เซ็นต์ที่ใส่ลงไปได้

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่จะเคลมคำว่า “ออร์แกนิค” ลงบนผลิตภัณฑ์ได้นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ส่วนผสมจากธรรมชาติเท่านั้น แต่จะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและได้รับการรับรองจากสถาบันเหล่านี้ด้วย 

 

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบ natural vs organic

แบบ natural vs organic ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

สกินแคร์ออร์แกนิค คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยตลอดทั้งกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการปลูก เก็บเกี่ยว หรือสกัดออกมาจะต้องไม่ผ่านการใช้สารเคมีใดใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ย่าฆ่าแมลง หรือสารอนินทรีย์อื่นๆ 

 

โดยจะต่างจากสกินแคร์ธรรมชาติ (Natural Skincare) ที่ไม่ได้สนใจว่าส่วนผสมเหล่านั้นมีกระบวนได้มาอย่างไร แต่จะเน้นไปที่สรรพคุณและประสิทธิภาพของส่วนผสมเหล่านั้นแทน

 

“สิ่งที่ผมมองหา คือ ยาหรือวัตถุดิบต่างๆ ที่มีหลักฐานอ้างอิงและมีข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของมัน ผู้คนมักคิดว่าสิ่งมาจากธรรมชาตินั้นดีกว่า ซึ่งนั่นอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้”  –  Doris Day ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกโรคผิวหนังของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

 

เราไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เป็นธรรมชาติจะดีหรือไม่ดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิค เพราะหากมองแบบผิวเผินแล้วผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั้ง 2 ประเภท ต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติทั้งหมด แตกต่างกันเพียงแค่กระบวนการการได้มา แต่ถึงอย่างนั้นเราไม่อาจแน่ใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกับผิวของเราจริงๆ  

 

ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ถูกเคลมว่าเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิคแบบ 100% ส่วนที่คุณควรพิจารณาก็คือส่วนผสมอื่นๆ ที่เหลือว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหรือไม่ ดังนั้น มันจำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษาสรรพคุณของส่วนผสมหลักๆ ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงคำเคลมต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นบนบรรจุภัณฑ์ 

 

ถ้าไม่ใช่ออร์แกนิค 100% แล้วส่วนที่เหลือคืออะไร?

 

อย่างที่เราบอกไปว่าคำว่า “ ออร์แกนิค” มักดึงดูดใจผู้คนให้เข้ามาสนใจ บวกกับคำเคลมที่ถูกแปะลงในโฆษณาเชิญชวน ทำให้มีผู้บริโภคหลายคนหลงเชื่อและตัดสินใจซื้อมาใช้ 

 

แต่ในบางครั้ง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเรียกสั้นๆ ว่า สกินแคร์อย่างที่เรารู้จักกันก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็น “ออร์แกนิค 100%” มักจะแฝงไปด้วยสารเคมีอันตรายอย่าง สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน พาราเบน ซัลเฟต พทาเลต เป็นต้น ซึ่งผู้ผลิตมักจะใส่สารเคมีเหล่านี้ลงไปในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็ว 

natural & organic ต่างกันอย่างไร

 “ครีมออร์แกนิคส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว สเตียรอยด์ และไฮโดรควิโนนที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังเสียหายอย่างถาวร” –  Folakemi Cole-Adeife

 

Folakemi Cole-Adeife แพทย์ที่ปรึกษาและแพทย์ผิวหนังของโรงพยาบาลการสอน มหาวิทยาลัยลากอส เมืองอิเคจา กล่าวว่า หลายคนรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติมักดีกว่า แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะเธอเห็นคนจำนวนมากที่มีผลข้างเคียงที่เลวร้ายจากการใช้ครีมที่พวกเขาซื้อผ่านทางออนไลน์ เพียงเพราะในโฆษณาเคลมว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิค แต่ไม่มีการแสดงให้เห็นถึงที่มาที่ไปของส่วนผสมที่พวกเขาอ้างว่าเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิคเหล่านั้นเลย 

 

“เริ่มแรก ครีมออร์แกนิคจะทำให้ผิวของคุณดูดีและเรียบเนียนขึ้นหากมันมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ และผลเริ่มแรกนั้น คือ สิ่งที่ดึงดูดและหลอกล่อผู้คนให้ใช้ครีมออร์แกนิคเหล่านี้” 

 

เธอยังได้เน้นย้ำอีกว่า ผู้บริโภคควรใส่ใจและระมัดระวังในการเลือกใช้ครีมออร์แกนิค เพราะถึงแม้ว่าในช่วงแรกๆ ของการใช้ครีมจะแสดงผลลัพธ์ให้เห็นว่าผิวของคุณดูดีขึ้น แต่หลังจากที่คุณหยุดใช้ผิวก็จะกลับมาเป็นเช่นเดิมหรือแย่กว่าเดิม 

 

นอกจากนี้ เธอยังระบุอีกว่าผลข้างเคียงที่สำคัญของครีมออร์แกนิค คือ การติดเชื้อที่ผิวหนังซ้ำๆ โดยสังเกตว่าผู้ใช้ครีมออร์แกนิคจำนวนมากมีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย หากในหนึ่งวันเธอพบคนไข้ประมาณ 10 คน จะต้องมีคนไข้ประมาณ 5 ถึง 6 คน ที่มาหาเธอเพราะได้รับผลข้างเคียงด้านลบจากการใช้ครีมออร์แกนิคเหล่านี้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ซึ่งผลข้างเคียงที่มักพบได้บ่อยๆ คือ ผิวหนังติดเชื้อรา มีผื่น ผิวบางขึ้น เกิดรอยช้ำ มีอาการคัน ผิวแดง และผิวแตกลาย

 

“ผลข้างเคียงที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่ง คือ รอยแตกลาย เมื่อใช้ครีมและคุณเริ่มสังเกตเห็นรอยแตกลายที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจเป็นเพราะครีมออร์แกนิคมีสเตียรอยด์”

 

ดังนั้น ในฐานะแพทย์ทางผิวหนัง เธอได้แนะนำว่า อย่าได้หลงเชื่อไปกับคำโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต อย่างน้อยก่อนตัดสินใจซื้อคุณควรตรวจสอบเลขทะเบียน อย. ของผลิตภัณฑ์และมีคำเคลมว่าไม่มีพาราเบน สาร SLS ไฮโดรควิโนน แอลกอฮอล์ และน้ำหอมที่ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้เสียก่อน  โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย คุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่ให้นมบุตร  

 

Mama’s Choice ทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ยุคใหม่

 

ผลิตภัณฑ์จาก Mama’s Choice เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่ใช่ออร์แกนิค แต่ทางแบรนด์ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรไปจนถึงการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุดิบคุณภาพ ผสมผสานร่วมกับนวัตกรรมใหม่ๆ จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ราคาย่อมเยา และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

 

ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์จาก Mama’s Choice ยังผ่านการทดสอบทางผิวหนังจากห้องทดลองในประเทศสิงคโปร์ว่าไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น พาราเบน ไตรโคลซาน พทาเลต แอลกอฮอล์ สาร SLS  เป็นต้น อีกทั้งยังได้รับรองมาตรฐานฮาลาลจาก MUI (Majelis Ulama Indonesia) และขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียอีกด้วย

ความแตกต่าง organic vs natural

นอกจากนี้ Mama’s Choice พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและจริงใจ เพื่อช่วยให้แม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและสร้างความมั่นใจให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรว่าผลิตภัณฑ์ของเรานั้นปลอดภัย 100% เพราะสุขภาพของแม่ คือ สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด

 

ท้ายนี้ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะเป็นแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิค จะได้รับการรับรองฉลากแบบใดหรือไม่ก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่คุณควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิว คือ คุณควรใส่ใจกับการศึกษาข้อมูลบนฉลากและดูว่าส่วนผสมเหล่านั้นได้รับการพิสูจน์จากทางคลินิกแล้วหรือไม่ 

และอย่าได้หลงเชื่อในคำโฆษณาและแคมเปญการตลาด หากคุณยังไม่ได้ลองศึกษาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองนะคะ 🙂

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สารเคมีอันตรายที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้ เลี่ยงอย่างไรให้ปลอดภัยต่อลูกน้อย

พาราเบน สารเคมีอันตรายที่แม่ท้องต้องระวัง

สารที่ควรหลีกเลี่ยงเวลาเลือกครีมทาหน้าเด็กให้ลูกน้อย!

อ้างอิง:

https://bit.ly/35VZoar

https://bit.ly/335BMz2

https://bit.ly/3B2fhHA

ควรเลือก organic หรือ natural

Wanvisa

COMMENTS

0 Comments
Leave a comment

Your Cart (0)

Close

เพิ่ม ฿300.00 เพื่อรับสิทธิในการจัดส่งฟรี!

Mini Cart

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า

Shop now

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า