วิธีเลือกครีมทาผื่นผ้าอ้อม อ่านฉลากและใช้ให้ถูกวิธี
ครีมสำหรับผิวบริเวณผ้าอ้อมมีกี่แบบ zinc oxide กับสูตรที่มีสารสกัดจากพืชต่างกันอย่างไร ส่วนผสมไหนควรเลี่ยง ทาอย่างไรให้ถูกขั้นตอน และผื่นแบบไหนต้องพบแพทย์

ร้านขายของเด็กมีครีมทาผิวบริเวณผ้าอ้อมเรียงเต็มชั้น แต่ตัวที่ใช้ดีจริงมีจุดร่วมไม่กี่ข้อ ควรเป็นชั้นปกป้องผิวจากความอับชื้น มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และมีเลขที่ใบรับจดแจ้งกับ อย. ที่ตรวจสอบได้ ถ้าลูกผิวไวต่อสาร ควรดูด้วยว่าสูตรมีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสีสังเคราะห์หรือไม่ ทั้งสูตร zinc oxide และสูตรที่มีสารสกัดจากพืชใช้ได้ทั้งคู่ และวิธีทามีผลพอ ๆ กับตัวครีม
ผื่นผ้าอ้อมเกิดจากอะไร
ตามข้อมูลของ NHS ผื่นผ้าอ้อมเกิดเมื่อผิวสัมผัสปัสสาวะและอุจจาระนานเกินไป ร่วมกับการเสียดสีของผ้าอ้อม ความอับชื้น และบางครั้งก็มาจากสบู่หรือทิชชู่เปียกที่ระคายผิว ผิวบริเวณนั้นจะแดง อุ่น และลูกอาจงอแงเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม
AAP ระบุว่าผื่นที่เป็นนานอาจมีเชื้อราแทรกซ้อน ผื่นเชื้อรามักแดงจัด ขอบชัด ลึกเข้าไปในร่องข้อพับ และมีจุดแดงเล็ก ๆ กระจายรอบ ๆ ข้อนี้สำคัญ เพราะครีมที่เป็นชั้นปกป้องผิวไม่ได้ฆ่าเชื้อรา
ครีมสำหรับผิวบริเวณผ้าอ้อมทำงานอย่างไร
ครีมกลุ่มนี้ไม่ใช่ยา หน้าที่หลักคือเป็น ชั้นปกป้อง คั่นผิวลูกจากสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง ทั้งปัสสาวะ อุจจาระ การเสียดสี และความชื้นที่ค้างอยู่ใต้ผ้าอ้อม
เมื่อผิวไม่ต้องเจอสิ่งระคายเคืองซ้ำ ๆ ผิวก็มีโอกาสกลับมาอยู่ในสภาพดี เพราะเหตุนี้ การทาครีมบนผิวที่ยังชื้นจึงได้ผลตรงข้าม เพราะครีมจะกักความชื้นไว้ใต้ชั้นครีม
ครีมสำหรับผิวบริเวณผ้าอ้อมมีกี่แบบ
ในไทยมีครีมกลุ่มนี้ให้เลือกอยู่ 3 แบบหลัก แต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน
| ประเภท | สารหลักบนฉลาก | เนื้อสัมผัส | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ครีมหรือเพสต์ zinc oxide | Zinc Oxide | ข้น สีขาว ล้างออกยาก | ผิวที่แดงอยู่แล้ว ต้องการชั้นปกป้องหนา |
| ขี้ผึ้งปิโตรเลียม | Petrolatum | มัน เหนียว | ใช้ประจำวัน ผิวแห้งมาก |
| ครีมที่มีสารสกัดจากพืช | Centella Asiatica, Chamomilla, Camellia Sinensis, น้ำมันพืช | เบา ซึมเร็ว | ใช้ประจำวัน ผิวแดงเล็กน้อย |
Zinc oxide และ petrolatum อยู่ในกลุ่มที่ FDA ของสหรัฐฯ จัดเป็นสารปกป้องผิว (skin protectant) และ AAP แนะนำครีมที่มีสารกลุ่มนี้สำหรับผื่นผ้าอ้อม ข้อจำกัดคือเนื้อหนัก ล้างออกยาก และเพสต์ที่หนามากอาจกักความร้อนไว้ในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา
ครีมที่มีสารสกัดจากพืชเป็นชั้นปกป้องที่บางกว่า แต่ซึมเร็วและไม่เหนียว ทาง่ายในอากาศร้อน คุณแม่หลายคนจึงใช้แบบนี้เป็นประจำวัน แล้วเปลี่ยนไปใช้เพสต์ zinc oxide เมื่อผิวแดงมาก
ส่วนผสมที่ควรมองหาบนฉลาก
ส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวรู้สึกสบาย
- ใบบัวบก (Centella Asiatica) พบบ่อยในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและรู้สึกสบาย
- คาโมมายล์ (Chamomilla Recutita) ใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบางมานาน
- ชาเขียว (Camellia Sinensis) มีสารต้านอนุมูลอิสระ
- น้ำมันสวีทอัลมอนด์ (Prunus Amygdalus Dulcis Oil) ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่หนักผิว
- แพนทีนอล (Panthenol) หรือ อัลลันโทอิน (Allantoin) ช่วยให้ผิวนุ่มและชุ่มชื้น
ส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น เช่น เชียบัตเตอร์หรือกลีเซอรีน ช่วยดูแลผิวที่แห้งให้นุ่มขึ้น
เนื้อที่ซึมเร็วและไม่เหนอะหนะ ครีมที่หนักและเหนียวจะกักความร้อนไว้ในบริเวณที่อับชื้นอยู่แล้ว
วิธีอ่านฉลากแบบเร็ว ส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อย ถ้าสารที่โฆษณาหน้ากล่องไปอยู่ท้ายรายการ แปลว่ามีอยู่น้อยมาก
ส่วนผสมที่ควรพิจารณาเลี่ยง
- น้ำหอม (Parfum หรือ Fragrance) เป็นสาเหตุการระคายเคืองที่พบบ่อยในผิวเด็ก ถ้าลูกผิวไวต่อสาร ให้เลือกสูตรที่ไม่มีน้ำหอม
- แอลกอฮอล์ (Alcohol Denat.) ทำให้ผิวแห้ง และแสบเมื่อผิวถลอก
- มิเนอรัลออยล์และปิโตรเลียม ในปริมาณมาก ซึ่งคุณแม่บางคนเลือกเลี่ยง
- พาราเบน (Methylparaben, Propylparaben) สำหรับคุณแม่ที่อยากเลี่ยง
- สีสังเคราะห์ (CI ตามด้วยตัวเลข)
- สเตียรอยด์ ครีมสเตียรอยด์และครีมต้านเชื้อราไม่ใช่ครีมปกป้องผิว ใช้เฉพาะเมื่อแพทย์สั่ง
ถ้าผลิตภัณฑ์อ้างว่าผ่านการทดสอบการระคายเคือง ให้ดูว่าระบุหน่วยงานและปีที่ทดสอบไว้ไหม และเช็กเลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางในเว็บไซต์ของ อย. ถ้าครีมที่ซื้อออนไลน์ไม่มีเลขนี้ หรือค้นแล้วไม่พบ ให้ข้ามไป เลขจดแจ้งบอกว่าผลิตภัณฑ์แจ้งไว้กับ อย. แล้ว ไม่ได้เป็นการรับรองคุณภาพจาก อย.
วิธีทาให้ถูกขั้นตอน
ขั้นตอนเหล่านี้มีผลต่อผิวลูกมากกว่าที่หลายคนคิด
1. ทำความสะอาดเบา ๆ
ใช้น้ำอุ่นกับสำลีหรือผ้านุ่ม ช่วงที่ผิวแดงอยู่ให้เลี่ยงทิชชู่เปียกที่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม ซับเบา ๆ อย่าถู วิธีเลือกทิชชู่เปียกที่อ่อนโยนต่อผิว อ่านได้ที่ เคล็ดลับการเลือกทิชชูเปียกที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย
2. รอให้ผิวแห้งสนิท
ขั้นนี้ถูกข้ามบ่อยที่สุด รอสัก 30 วินาทีถึง 1 นาที หรือโบกมือพัดเบา ๆ ครีมที่ทาบนผิวชื้นจะกักน้ำไว้ข้างใต้
3. ทาบาง ๆ ในวันปกติ และหนาขึ้นเล็กน้อยเมื่อผิวแดง
NHS แนะนำให้ทาครีมเป็นชั้นบาง ๆ สำหรับการดูแลประจำวัน ถ้าผิวแดงอยู่แล้ว ชั้นที่หนาขึ้นเล็กน้อยช่วยคั่นผิวได้ดีกว่า ทาให้ทั่วร่องขาหนีบและร่องก้น ซึ่งเป็นจุดที่ความชื้นสะสม
4. ไม่ต้องถูครีมที่เหลือออกจนหมด
เปลี่ยนผ้าอ้อมครั้งถัดไป ให้เช็ดสิ่งสกปรกออกเบา ๆ และปล่อยครีมที่ยังติดผิวไว้ การถูจนสะอาดเอี่ยมทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น
5. ให้ลูกได้ปลอดผ้าอ้อมบ้าง
ครั้งละ 10–15 นาที วันละหลายครั้ง ปูผ้ารองกันเปื้อนแล้วให้ลูกนอนเล่น การให้ผิวได้รับอากาศเป็นคำแนะนำที่ NHS และ AAP ให้ไว้ตรงกัน
6. เปลี่ยนผ้าอ้อมให้บ่อยขึ้น
เช็กผ้าอ้อมบ่อย ๆ และเปลี่ยนทันทีเมื่อเปียกหรือลูกถ่าย ผ้าอ้อมที่พอดีตัว ไม่รัดต้นขาหรือเอว ช่วยลดการเสียดสี ถ้าผิวแดงซ้ำที่เดิมทุกครั้ง ลองเปลี่ยนยี่ห้อหรือเพิ่มไซส์
ควรใช้เมื่อไร และใช้ได้ตั้งแต่อายุเท่าไร
ในวันปกติ ทาหลังอาบน้ำหรือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม บริเวณที่อับชื้นง่าย เช่น บริเวณผ้าอ้อม ข้อพับคอ และรักแร้ ตามวิธีใช้บนฉลาก
เมื่อผิวแดง ทาทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม และเช็กผ้าอ้อมทุก 2 ชั่วโมงจนกว่าผิวจะดีขึ้น
ครีมสำหรับเด็กหลายตัวใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด ให้ดูข้อความ "สำหรับทารก" หรือ "แรกเกิด" บนฉลาก และลองทาบริเวณเล็ก ๆ ก่อนในครั้งแรก ผิวทารกบางกว่าผู้ใหญ่และดูดซึมสารได้มากกว่า นี่คือเหตุผลที่ ลูกน้อยควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่คิดสูตรแยกจากของผู้ใหญ่
ตัวเลือกจาก Mama's Choice
คุณแม่ที่ชอบครีมกลุ่มสารสกัดจากพืช ลองดู Diaper Cream ครีมบำรุงผิวบริเวณผ้าอ้อมของ Mama's Choice ที่คุณแม่หลายคนเลือกใช้ทาทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ครีมช่วยปกป้องผิวลูกจากความอับชื้นใต้ผ้าอ้อมและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวนุ่ม ในสูตรมีสารสกัดใบบัวบก คาโมมายล์ ชาเขียว ชะเอมเทศ น้ำมันสวีทอัลมอนด์ แพนทีนอล และวิตามินอี
- สูตรสำหรับผิวเด็ก ใช้ได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยหัดเดิน ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง
- ไม่มีซิงก์ออกไซด์ พาราเบน แอลกอฮอล์ และมิเนอรัลออยล์ในสูตร
- มีน้ำหอม (Fragrance) ในส่วนผสม ถ้าลูกผิวไวต่อน้ำหอม ให้ลองทาบริเวณเล็ก ๆ ก่อน
- จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6400026606
ผิวส่วนอื่นที่แห้งง่าย เช่น แขน ขา และลำตัว ใช้คู่กับ Baby Skin Vitamin Lotion โลชั่นบำรุงผิวเด็กของ Mama's Choice มีน้ำมันอะโวคาโด น้ำมันมะกอก และเชียบัตเตอร์ ช่วยให้ผิวลูกชุ่มชื้นและนุ่มเนียน สูตรไม่ใส่น้ำหอมและไม่มีแอลกอฮอล์ (จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6700000213) ใช้ทานอกบริเวณผ้าอ้อม
ผื่นแบบไหนที่ไม่ใช่ผื่นผ้าอ้อม
ผื่นในบริเวณผ้าอ้อมไม่ได้เป็นผื่นผ้าอ้อมเสมอไป ผดร้อนขึ้นเป็นตุ่มใสเล็ก ๆ ตามข้อพับและมักมาตอนอากาศร้อน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักแห้ง คัน และขึ้นที่อื่นด้วย ส่วนผื่นเชื้อราจะแดงจัดและมีจุดกระจายรอบนอกอย่างที่เล่าไว้ข้างต้น
การแยกชนิดผื่นได้ช่วยให้ดูแลได้ถูกทาง เปรียบเทียบลักษณะผื่นแต่ละชนิดได้ที่ ผื่นในเด็กที่เกิดบ่อย พร้อมวิธีป้องกัน และ ผดร้อนในทารก สาเหตุและวิธีดูแล
เมื่อครีมอย่างเดียวไม่พอ
ควรพาลูกไปพบแพทย์เมื่อ
- ผื่นไม่ดีขึ้นหลังผ่านไป 3 วัน ตามเกณฑ์ของ NHS
- มีตุ่มพอง แผลเปิด หรือหนอง
- ผื่นแดงจัด ขอบชัด และมีจุดเล็ก ๆ กระจายรอบ ๆ ซึ่งอาจเป็นเชื้อราที่ต้องใช้ยาต้านเชื้อราตามที่แพทย์สั่ง
- ผื่นลามออกนอกบริเวณผ้าอ้อม
- ลูกมีไข้ หรือดูเจ็บมาก
ครีมที่เป็นชั้นปกป้องผิวไม่ได้ฆ่าเชื้อรา และไม่ควรนำครีมสเตียรอยด์ที่เหลือจากผู้ใหญ่มาทาให้ลูกเอง ถ้าผื่นกลับมาซ้ำแม้ดูแลถูกวิธีแล้ว ให้แพทย์ช่วยหาสาเหตุนะคะ เคล็ดลับประจำวันในการดูแลผิวบริเวณผ้าอ้อม อ่านเพิ่มได้ที่ มัดรวมเคล็ดลับดูแลผิวลูกน้อยจากผื่นผ้าอ้อม
คำถามที่พบบ่อย
- ครีมทาผิวบริเวณผ้าอ้อมควรทาหนาหรือบาง
- สำหรับการดูแลประจำวัน ทาบาง ๆ ให้ทั่ว ถ้าผิวแดงอยู่แล้ว NHS แนะนำว่าชั้นครีมที่หนาขึ้นเล็กน้อยช่วยคั่นผิวจากปัสสาวะและอุจจาระครั้งถัดไปได้ ที่สำคัญที่สุดคือผิวต้องแห้งสนิทก่อนทา
- ต้องเช็ดครีมเก่าออกก่อนทาครีมใหม่ไหม
- ไม่ต้องถูออกจนหมด การถูผิวที่ระคายเคืองอยู่ทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น เช็ดสิ่งสกปรกออกเบา ๆ ซับให้แห้ง แล้วทาครีมใหม่ทับได้เลย
- ผื่นผ้าอ้อมกี่วันหาย
- NHS ระบุว่าผื่นผ้าอ้อมทั่วไปมักดีขึ้นภายในราว 3 วัน เมื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ทำความสะอาดเบา ๆ และใช้ครีมที่เป็นชั้นปกป้องผิว ถ้าเกิน 3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพาลูกไปพบแพทย์
- ใช้แป้งเด็กแทนครีมได้ไหม
- ไม่แนะนำ NHS แนะนำให้เลี่ยงแป้งทัลคัมบริเวณผ้าอ้อม เพราะอาจระคายผิว และผงแป้งอาจฟุ้งเข้าทางเดินหายใจของทารก ครีมที่เป็นชั้นปกป้องผิวช่วยคั่นผิวจากความชื้นได้ดีกว่า
- ใช้ครีมนี้กับบริเวณอื่นได้ไหม
- ครีมสำหรับผิวเด็กหลายตัวใช้กับข้อพับคอ รักแร้ และบริเวณที่อับชื้นง่ายได้ ให้ดูวิธีใช้บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น และเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา
แหล่งที่มา
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ


