วิธีละลายนมแม่แช่แข็งอย่างถูกวิธี
สต๊อกนมแม่แช่แข็งควรละลายอย่างไร บทความนี้แนะนำ 4 วิธีละลายนมแม่ตามคำแนะนำของ CDC พร้อม 3 ข้อควรระวัง เช่น ไม่ใช้ไมโครเวฟและไม่นำกลับไปแช่แข็งซ้ำ

ช่องแช่แข็งเต็มไปด้วยสต๊อกนมแม่ที่คุณแม่ตั้งใจปั๊มเก็บไว้ทีละถุง แต่พอถึงเวลาหยิบออกมาใช้ หลายคนกลับไม่แน่ใจว่าละลายแบบไหนถึงจะถูกต้อง บทความนี้รวบรวม 4 วิธีพร้อมข้อควรระวังไว้ให้แล้ว
ในช่วง 6 เดือนแรก นมแม่เป็นอาหารหลักของลูก การสต๊อกนมแม่จึงช่วยได้มาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่ใกล้หมดวันลาคลอดและต้องกลับไปทำงาน
วิธีละลายนมแม่แช่แข็ง
การละลายนมแม่ไม่ยาก แต่ควรเลือกวิธีให้เหมาะกับเวลาที่มี Mama’s Choice รวบรวมวิธีที่ใช้ได้ตามคำแนะนำของ CDC (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา) มาไว้ด้านล่าง
1. ใช้ถุงที่เก็บไว้นานที่สุดก่อน
ถ้าคุณแม่เขียนวันและเวลาที่ปั๊มไว้บนถุงทุกครั้ง และเรียงถุงในช่องแช่แข็งตามลำดับวันที่ การหยิบมาละลายจะง่ายขึ้นมาก
เวลาจะใช้ ให้หยิบถุงที่เก่าที่สุดออกมาละลายก่อน หรือที่เรียกว่าระบบ FIFO (เข้าก่อน ออกก่อน) วิธีนี้ช่วยให้นมแต่ละถุงไม่ถูกเก็บไว้นานเกินกำหนด
2. ย้ายไปละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา
วิธีนี้เหมาะกับคุณแม่ที่วางแผนล่วงหน้าได้ ให้ย้ายถุงนมจากช่องแช่แข็งลงมาไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงหรือข้ามคืน
ตามคำแนะนำของ CDC นมที่ละลายในตู้เย็นควรใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง โดยเริ่มนับเมื่อนมละลายหมดแล้ว ไม่ใช่นับจากตอนที่นำออกจากช่องแช่แข็งนะคะ
3. แช่ในภาชนะที่มีน้ำอุ่น
ถ้าต้องการใช้นมเร็วขึ้น ให้แช่ถุงนมในน้ำอุ่น วิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณนม สิ่งสำคัญคือใช้น้ำอุ่นเท่านั้น ไม่ใช้น้ำร้อน ทำตามขั้นตอนนี้
-
วางถุงนมลงในภาชนะที่มีน้ำอุ่น
-
ให้ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าปากถุง เพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปปนกับนม
-
เมื่อน้ำเริ่มเย็นลง ให้เปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นใหม่
-
ทำซ้ำจนนมในถุงละลายหมด
4. เปิดน้ำไหลผ่านถุงนม
วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นหรือก๊อกที่ปรับอุณหภูมิได้ และมักเป็นวิธีที่เร็วที่สุด ทำได้ดังนี้
-
เปิดน้ำอุณหภูมิปกติ แล้วถือถุงนมไว้ใต้น้ำที่ไหลผ่าน
-
ค่อย ๆ ปรับให้น้ำอุ่นขึ้นทีละน้อยเพื่อให้นมละลายเร็วขึ้น แต่อย่าให้ร้อนเกินไป
-
ถือไว้จนนมในถุงละลายหมด
นมแม่ที่ผ่านการแช่แข็งแล้วละลายอาจมีกลิ่นหรือรสเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะเอนไซม์ไลเปส (Lipase) ในนมแม่ย่อยไขมันไปตามธรรมชาติระหว่างการเก็บ
กลิ่นที่เปลี่ยนไปนี้ไม่ได้แปลว่านมเสีย ลูกยังกินได้ตามปกติ แต่ลูกบางคนอาจไม่ค่อยชอบรสชาติ ถ้าลูกไม่ยอมกิน ลองปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่เรื่องวิธีเก็บนมที่เหมาะกับคุณแม่
ข้อควรระวังในการละลายนมแม่
นอกจากวิธีละลายข้างต้น ยังมีข้อควรระวังอีก 3 ข้อ ดังนี้
1. ไม่ใช้ไมโครเวฟและไม่ต้มนม
CDC แนะนำว่าไม่ควรละลายหรืออุ่นนมแม่ด้วยไมโครเวฟ เพราะอาจทำลายสารอาหารบางอย่างในนม และทำให้นมร้อนไม่ทั่วถึง บางจุดร้อนจัดจนลวกปากและลำคอของลูกได้ ส่วนการต้มก็ทำให้นมร้อนเกินไปเช่นกัน ถ้าต้องการอุ่น ให้แช่ในน้ำอุ่นแทน
2. ไม่วางนมที่ละลายแล้วไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง
นมที่ละลายแล้วควรให้ลูกกินทันที หรือเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาและใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมงนับจากละลายหมด ถ้าวางนมที่ละลายแล้วไว้ที่อุณหภูมิห้อง หรืออุ่นแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1–2 ชั่วโมง ถ้าเกินกว่านั้นให้ทิ้ง และนมที่ลูกกินเหลือจากมื้อนั้นก็ควรทิ้งเช่นกัน
3. ไม่นำนมที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
นมแม่ที่ละลายแล้วไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งอีก ลองวางแผนละลายนมให้พอดีกับที่ลูกกินในแต่ละวัน และแบ่งเก็บนมแม่เป็นถุงเล็ก ๆ ตามปริมาณที่ลูกกินต่อมื้อ จะช่วยไม่ให้ต้องทิ้งนมโดยเปล่าประโยชน์
ถุงเก็บน้ำนมแม่จาก Mama’s Choice
นมทุกหยดที่ปั๊มมามีค่า ถุงเก็บนมที่ดีจึงช่วยให้คุณแม่สบายใจขึ้นเยอะ Mama’s Choice Breastmilk Storage Bag เป็นถุงเก็บน้ำนมแม่จาก Mama’s Choice สำหรับแบ่งเก็บนมแม่ไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง
- ซิปล็อก 2 ชั้น ปิดได้สนิท ไม่ต้องกังวลว่านมจะหกเลอะตอนวางหรือตอนละลาย
- ไม่มีสาร BPA ตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์
- แบ่งเก็บเป็นมื้อได้สะดวก เขียนวันที่ปั๊มไว้บนถุง แล้วเรียงในช่องแช่แข็งตามลำดับ หยิบใช้แบบเข้าก่อนออกก่อนได้ง่าย
ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ Mama’s Choice Breastmilk Storage Bag ได้ที่ร้านของเราบน Shopee
—
ทั้งหมดนี้คือวิธีละลายนมแม่แช่แข็งอย่างถูกวิธี ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้คุณแม่คนอื่น ๆ ได้อ่านด้วยนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีเก็บนมแม่ สต็อกนมแม่อย่างไรให้อยู่ได้นาน
วิธีปั๊มนม และเทคนิคที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้
ทำไมปริมาณน้ำนมของคุณแม่แต่ละคนจึงไม่เท่ากัน
—
อ้างอิง:
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ