Search

ทุกเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้เกี่ยวกับ ‘การฝากครรภ์’

 

หากคุณแม่รู้ตัวแล้วว่ากำลังจะมีน้อง สิ่งสำคัญคือคุณแม่กับคุณพ่อต้องพากันไปพบแพทย์นะคะ เพื่อให้คุณแม่และแพทย์ได้กำหนดวันนัดหมายต่างๆ ในระหว่างการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ ซึ่งการนัดหมายในระหว่างตั้งครรภ์นี้เองที่เรียกว่าการ ‘ฝากครรภ์’ ค่ะ แต่ก่อนอื่นเลย เรามาดูอาการที่แสดงว่าคุณแม่ตั้งครรภ์แบบคร่าวๆ กันก่อน ว่าจะมีอาการอะไรบ้างค่ะ

 

อาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายโดยทั่วไปหากคุณตั้งครรภ์ เช่น 

  • ประจำเดือนไม่มา
  • ชีพจร/อัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่าปกติ
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • รู้สึกกระหายน้ำบ่อย
  • หน้าอกขยาย
  • ผิวรอบๆ หัวนมคล้ำขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงของผิว – ผู้หญิงบางคนอาจมีรอยคล้ำตามข้อพับของร่างกาย 
  • มีอาการคัน
  • มีหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้น

ฝากครรภ์ Mama's Choice ตั้งครรภ์ คนท้อง

ทำไมต้องไป ฝากครรภ์?

การฝากครรภ์จะช่วยให้แพทย์ ผดุงครรภ์ และคนอื่นๆ ได้ดูแลสุขภาพของคุณแม่ในช่วงนี้ได้เต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีแข็งแรง แม้ว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่จะดำเนินไปด้วยดี และคุณแม่ก็ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร แต่สิ่งสำคัญคือคุณแม่ต้องไปตามนัดเพื่อให้แพทย์สามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีที่คุณแม่จะถามคำถามเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เช่น ในแต่ละไตรมาสจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อาการต่างๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ และการคลอดธรรมชาติ หรือคำถามเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยหลังคลอด นอกจากนี้ คุณแม่ยังสามารถขอคำปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของคุณแม่ได้ รวมถึงคำแนะนำด้านสุขภาพจิตหรือการเลือกทานอาหาร หรือแม้กระทั่งการเลิกสูบบุหรี่หรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และที่สำคัญการฝากครรภ์ยังมีวัตถุประสงค์อื่นๆ อีก เช่น

  • เป็นการตรวจสุขภาพของคุณแม่เป็นระยะ
  • ตรวจสอบร่างกายและสภาพจิตใจของคุณแม่และทารกในครรภ์ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เครียด หรือวิตกกังวลจนเกินไป 
  • หากคุณแม่มีปัญหาเรื่องร่างกายและจิตใจ แพทย์จะทำการรักษาให้ได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้กระทบต่อทารกในครรภ์

ฝากครรภ์ ตั้งครรภ์ คนท้อง Mama's Choice

การ ฝากครรภ์ มีการตรวจอะไรบ้าง?

ขั้นตอนต่างๆ ของการฝากครรภ์ขึ้นอยู่กับ

  1. สุขภาพของคุณแม่ และความเสี่ยงที่คุณแม่หรือลูกน้อยอาจมี
  2. ระยะเวลาตั้งครรภ์ของคุณแม่
  3. ปัญหาต่างๆ ที่คุณแม่อาจเจอ

นอกจากนี้ก็จะมีการตรวจสอบ สแกน ทดสอบ และคำแนะนำต่างๆ จากแพทย์ เช่น

  • เมื่อถึงกำหนดคลอด คุณแม่จะอยู่ในช่วงไตรมาสใด และการกำหนดคลอดนั้นสำคัญกับคุณแม่และลูกน้อยอย่างไรบ้าง
  • แพทย์จะทำการซักประวัติการรักษา สุขภาพทั่วไป และการตั้งครรภ์ครั้งก่อนๆ ของคุณแม่
  • พูดคุยเกี่ยวกับยาที่คุณแม่ทานประจำ
  • ตรวจคัดกรองปากมดลูกอยู่เสมอ
  • ตรวจสุขภาพจิตของคุณแม่ และช่วยเหลือหากคุณแม่มีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
  • ตรวจความดันโลหิต น้ำหนักตัว และตรวจปัสสาวะ
  • มีการตรวจเลือดและคัดกรอง
  • ให้คำปรึกษาเรื่องการกินเพื่อสุขภาพ และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์
  • สัมผัส วัดหน้าท้องของคุณแม่ และฟังเสียงหัวใจของทารก
  • ถามคุณแม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่บ้าน ที่ทำงาน และความช่วยเหลือที่คุณแม่ได้รับ ซึ่งหากคุณแม่กำลังประสบปัญหาเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว นี่เป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะขอความช่วยเหลือได้
  • ตรวจร่างกายคุณแม่ หากมีอาการผิดปกติ
  • วางแผนการคลอด
  • ให้คำแนะนำ หากการคลอดลูกไม่เป็นไปตามแผน
  • ให้ข้อมูลของชั้นเรียนฝากครรภ์
  • ให้คำแนะนำในการพาลูกน้อยกลับบ้าน การป้อนอาหาร และการดูแลอื่นๆ

ฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ คนท้อง ตั้งครรภ์

การฝากครรภ์แต่ละขั้นตอนโดยย่อ (ขึ้นอยู่กับแพทย์)

  • 16 สัปดาห์แรก จะเป็นการบอกผลการทดสอบทางร่างกายต่างๆ แพทย์จะมีการพูดคุยกับคุณแม่ และหากจำเป็นแพทย์อาจจะให้คุณแม่ทานธาตุเหล็กเพิ่ม ในกรณีที่คุณแม่มีเฮโมโกลบินน้อยกว่า 110 ก./ลิตร
  • 18-20 สัปดาห์ การนัดหมายในช่วงนี้จะเป็นกรณีที่ตรวจพบว่าทารกในครรภ์มีโครงสร้างที่ผิดปกติ หรือตรวจพบว่ารกไปบังปากมดลูกภายใน ซึ่งแพทย์จะทำการสแกนซ้ำในอีก 32 สัปดาห์
  • 28 สัปดาห์ ครั้งนี้นอกจากการทำหัตถการตามปกติแล้ว คุณแม่อาจจะต้องตรวจหาภาวะโลหิตจางและแอนติบอดีต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ ตรวจสอบและรักษาฮีโมโกลบินที่มีค่าน้อยกว่า 105 ก./ลิตร และแพทย์อาจฉีดวัคซีนไอกรนให้ด้วย 
  • 34 สัปดาห์ แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวในการคลอด รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาการปวดต่างๆ และการใช้พลังงานในร่างกาย นอกจากนี้แพทย์อาจทำการวัดความดันโลหิตและวิเคราะห์ผลปัสสาวะด้วย 
  • 36 สัปดาห์ นอกจากตรวจตามปกติแล้ว แพทย์จะทำการตรวจสอบตำแหน่งของทารกในครรภ์ด้วยรวมถึงมีการให้ข้อมูลต่างๆ เช่น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การดูแลทารกที่เพิ่งคลอด ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด และวิตามินเค
  • 38 สัปดาห์ ทำหัตถการตามปกติ
  • 41 สัปดาห์ นอกจากตรวจตามขั้นตอนปกติแล้ว แพทย์จะทำการคลายเยื่อหุ้มเซลล์ และแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวก่อนคลอดอีกครั้ง

การฝากครรภ์ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน?

หากนี่เป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก และคุณแม่ก็ไม่มีปัญหาใดๆ เลย ก็เป็นไปได้ว่าแพทย์จะทำการนัดหมายคุณแม่ประมาณ 8-10 ครั้ง แต่หากนี่ไม่ใช่การตั้งครรภ์ครั้งแรกของคุณแม่ แพทย์อาจทำการนัดหมาย 7-9 ครั้งอย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งในการนัดหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปกติดีไหม มีปัญหาที่พบเจอระหว่างตั้งครรภ์หรือเปล่า 

เพราะหากคุณแม่มีปัญหาระหว่างที่ตั้งครรภ์ แพทย์ก็อาจต้องเพิ่มจำนวนการนัดหมาย และคุณแม่อาจต้องตรวจและสแกนร่างกายเพิ่มเติม นอกจากนี้คุณแม่สามารถนัดพบแพทย์ได้เอง หากคุณแม่มีปัญหาหรือความกังวลต่างๆ ค่ะ

 

สามีไปฝากครรภ์ด้วยได้ไหม?

เป็นเรื่องที่ดีนะคะที่คุณพ่อจะสนับสนุนอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเรื่องการคลอดลูก แต่ไม่ใช่แค่เพียงคุณพ่อเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ หรือเพื่อนฝูง ก็สามารถที่จะไปฝากครรภ์ตามนัดเป็นเพื่อนคุณแม่ได้หมดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแผนการคลอดลูก ที่หากคุณแม่ต้องการให้พวกเขาช่วยเหลือในระหว่างการคลอด พวกเขาก็ควรอย่างยิ่งที่จะไปฝากครรภ์เป็นเพื่อนคุณแม่เพื่อฟังคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ

คำถามที่คุณแม่อาจถูกถามในระหว่างการฝากครรภ์

แพทย์อาจถามคุณแม่เกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

  • ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายวันไหน?
  • สุขภาพของคุณแม่ตอนนี้เป็นอย่างไร?
  • คุณแม่เคยเจ็บป่วยร้ายแรงหรือได้รับการผ่าตัดมาก่อนไหม?
  • เคยตั้งครรภ์หรือแท้งบุตรมาก่อนหน้านี้ไหม?
  • สอบถามเรื่องชาติพันธุ์ของคุณแม่และคุณพ่อ เพื่อที่จะดูว่าลูกน้อยของคุณจะมีความเสี่ยงในเรื่องของพันธุกรรมบางอย่างไหม
  • ครอบครัวของคุณแม่เคยมีฝาแฝดไหม?
  • คุณแม่และคุณพ่อทำงานอะไร พักอาศัยอยู่แบบไหน เพื่อที่จะดูว่าสังคมของคุณแม่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์หรือไม่?
  • คุณแม่รู้สึกอย่างไร? เคยซึมเศร้าหรือไม่?

ฝากครรภ์ที่ไหนดี?

แนะนำให้คุณแม่ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลที่สะดวกที่สุด เพราะหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาจะได้ไปโรงพยาบาลทันค่ะ แต่ถ้าคุณแม่กำลังรักษาโรคบางอย่างอยู่ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต่อมไทรอยด์ ฯลฯ ที่จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง คุณแม่ก็ควรที่จะไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลนั้นแทนค่ะ แต่ในกรณีที่โรงพยาบาลที่คุณแม่รักษาประจำนั้นอยู่ไกล คุณแม่ก็ควรขอประวัติและผลการรักษาเพื่อเอาไปให้แพทย์ที่คุณแม่จะไปฝากครรภ์แทนค่ะ 

 

แนะนำที่ฝากครรภ์

  • โรงพยาบาลนครธน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 17,900 บาท หรือผ่อน 0% 4 เดือน 
  • โรงพยาบาลเจ้าพระยา ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 19,900 บาท 
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 82,500 บาท
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ คิดราคาเป็นครั้ง ๆ ไป โดยครั้งแรกจะราคาประมาณ 4,000 – 5,000 บาท/ครั้ง ครั้งต่อไปจะแล้วแต่การตรวจของแพทย์
  • โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 6,900 บาท

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาอย่างปลอดภัย?

ในระหว่างการฝากครรภ์ทั้งคุณแม่และลูกน้อยจะได้รับการประเมินและตรวจสอบอยู่เสมอ เช่น

  • การวัดขนาดหน้าท้องของคุณแม่
  • การติดตามเรื่องน้ำหนักของคุณแม่ในการนัดแต่ละครั้ง
  • การสแกนอัลตราซาวนด์เพื่อวัดการเจริญเติบโตและตำแหน่งของทารกในครรภ์
  • แพทย์จะแสดงแผนภูมิการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ โดยคุณแม่อาจจะต้องนับความถี่ที่ทารกเตะท้องภายใน 12 ชั่วโมง
  • วัดอัตราการเต้นหัวใจของลูกน้อย หรืออาจใช้เครื่องที่เรียกว่า Daptone ที่จะช่วยให้คุณแม่ได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจลูกน้อย
  • อาจมีการใช้เครื่อง Cardiotocography (CTG) – ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ประเมินสภาพของทารก หากคุณแม่สงสัยว่าลูกน้อยจะเจริญเติบโตได้ไม่ดีค่ะ

cardiotocography ฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ คนท้อง ตั้งครรภ์

การสแกนด้วยอัลตราซาวนด์คืออะไร?

การสแกนด้วยอัลตราซาวนด์ คือการที่คุณแม่จะได้เห็นลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ การสแกนสามารถบอกข้อมูลได้มากมายเกี่ยวกับลูกน้อย รวมถึงการตรวจสอบได้ว่าลูกน้อยของคุณเติบโตและมีพัฒนาการตามปกติหรือไม่ การสแกนจะสแกนโดยนักถ่ายภาพรังสีหรือพยาบาลผดุงครรภ์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษในด้านอัลตราซาวนด์ หรือเรียกอีกชื่อว่านักโซโนกราฟ แต่บางโรงพยาบาลแพทย์ก็จะเป็นผู้อัลตราซาวนด์ให้ค่ะ

สำหรับขั้นตอนการอัลตราซาวนด์ แพทย์จะวางเจลเย็นบนท้องของคุณแม่ แล้วเคลื่อนหัวเครื่องแปลงสัญญาณบนท้องของคุณแม่ เพื่อดูมุมมองของทารก โดยจะมีคลื่นเสียงความถี่สูงที่ใช้เพื่อส่งภาพลูกน้อยไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้การอัลตร้าซาวด์ถูกใช้ในทางการแพทย์มาเกือบ 30 ปีแล้ว และการวิจัยทางการแพทย์ก็ไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรทำโดยไม่มีแพทย์อยู่ด้วยนะคะ

ฝากครรภ์ ตั้งครรภ์ คนท้อง Mama's Choice

สุดท้ายนี้ เมื่อคุณแม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ อย่าลืมไปฝากครรภ์นะคะ เพื่อที่แพทย์จะได้ดูแลคุณแม่และลูกน้อยตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ได้อย่างทั่วถึง และเพื่อป้องกันอันตรายหรืออาการต่างๆ ที่ผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ตั้งครรภ์ค่ะ

SHARE THIS POST

Kankanid

Content Manager at Mama's Choice

COMMENTS

0 Comments
Leave a comment

Featured Article
Card image
5 เคล็ดลับป้องกัน...
Learn more
Card image
วิธีปั๊มนม...
Learn more
Card image
เช็กลิสต์...
Learn more
Card image
อาการแพ้ท้อง...
Learn more

Your Cart (0)

Close

เพิ่ม ฿300.00 เพื่อรับสิทธิในการจัดส่งฟรี!

Mini Cart

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า

Shop now