ลูกหัวแบน หัวเบี้ยว เกิดจากอะไร และคุณแม่ดูแลอย่างไรได้บ้าง
ภาวะศีรษะแบนในทารกคืออะไร เกิดจากอะไร สังเกตอย่างไร วิธีลดโอกาสลูกหัวแบนหัวเบี้ยวที่ทำได้ที่บ้าน และเมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์

ลูกหัวแบน เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายคนกังวล เพราะอยากให้ศีรษะลูกกลมสวย ในบทความนี้ Mama’s Choice สรุปเรื่องภาวะศีรษะแบน (flat head syndrome) ให้เข้าใจง่าย พร้อมวิธีดูแลในชีวิตประจำวันที่ช่วยลดโอกาสที่ลูกจะหัวแบน
ภาวะศีรษะแบน (Flat Head Syndrome) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
ภาวะศีรษะแบน หรือ plagiocephaly คือภาวะที่รูปศีรษะของลูกผิดรูปไปจากปกติ ส่วนใหญ่สังเกตได้ที่ท้ายทอย ถ้าแบนเท่า ๆ กันทั้งสองข้าง ศีรษะจะดูแบนไปทางด้านหลัง แต่ถ้าแบนข้างเดียว ศีรษะจะดูเบี้ยว
กะโหลกของทารกยังนิ่มและโตเร็ว ถ้าศีรษะกดอยู่ท่าเดิมนาน ๆ บริเวณนั้นก็แบนลงได้ แบบนี้เรียกว่าศีรษะแบนจากท่านอน (positional plagiocephaly) ซึ่งเป็นแบบที่พบบ่อยที่สุด
ปัจจัยที่ทำให้ลูกหัวแบนหรือหัวเบี้ยวได้ง่ายขึ้น
-
ลูกนอนหันศีรษะไปทางเดิมเป็นประจำ
-
ครรภ์แฝด ซึ่งทำให้ลูกมีพื้นที่ในมดลูกน้อย
-
การคลอดที่ใช้คีมหรือเครื่องดูดสุญญากาศช่วย
-
การคลอดก่อนกำหนด เพราะกะโหลกยังนิ่มกว่าทารกที่ครบกำหนด

สังเกตอย่างไรว่าลูกหัวแบน
ส่วนใหญ่มองเห็นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะตอนอาบน้ำให้ลูก เพราะผมเปียกแนบศีรษะจนเห็นรูปทรงชัด ลองมองจากด้านบนศีรษะแล้วสังเกตสิ่งเหล่านี้
-
ศีรษะมีส่วนที่แบนหรือเอียงที่ด้านข้างหรือด้านหลัง
-
หูสองข้างอยู่ไม่เท่ากันเมื่อมองจากด้านบน
-
ผมบางหรือเป็นจุดล้านเฉพาะบริเวณที่ลูกนอนทับบ่อย
ส่วนอาการต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของศีรษะแบนจากท่านอน และควรพาลูกไปพบแพทย์โดยเร็ว
-
คลำเจอสันนูนแข็งตามแนวรอยต่อกะโหลก
-
กระหม่อมปิดเร็วหรือคลำกระหม่อมไม่เจอ
ลักษณะเหล่านี้อาจเกี่ยวกับภาวะที่รอยต่อกะโหลกปิดเร็วกว่าปกติ ซึ่งต้องให้แพทย์ตรวจประเมินนะคะ
ลดโอกาสลูกหัวแบนได้อย่างไร
ศีรษะแบนจากท่านอนมักดีขึ้นเองเมื่อลูกโตขึ้นและเริ่มนั่ง คลาน และเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็มีหลายวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ทุกวันเพื่อลดแรงกดที่ศีรษะของลูก
1. ให้ลูกนอนคว่ำเล่นตอนตื่น (tummy time)
ช่วงที่ลูกตื่นและมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ให้ลูกนอนคว่ำเล่นบนเบาะหรือบนอกคุณแม่วันละหลาย ๆ ครั้ง เริ่มจากครั้งละไม่กี่นาทีแล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาตามที่ลูกไหว ท่านี้ช่วยให้ศีรษะด้านหลังได้พักจากแรงกด และช่วยให้กล้ามเนื้อคอ ไหล่ และแขนของลูกแข็งแรงขึ้น
พอลูกอายุราว 2–3 เดือน หลายคนจะเริ่มพลิกตัวจากนอนหงายไปนอนตะแคง ถ้าคุณแม่เล่นด้วยหรือหอมพุงลูก ลูกมักขยับตัว โยกไปมา และถีบเท้าเหมือนจะพลิก แต่ยังพลิกคว่ำเองไม่ได้จนกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแรงพอ ระหว่างเล่นกัน คุณแม่ช่วยจับลูกนอนตะแคงสลับข้างได้ โดยอยู่ข้าง ๆ ลูกตลอด
2. อุ้มลูกบ่อยขึ้น
แม้ชีวิตคุณแม่จะยุ่งมาก การอุ้มลูกบ่อย ๆ ก็ช่วยลดเวลาที่ศีรษะลูกกดอยู่กับพื้นแข็ง ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่แม่ลูกได้ใกล้ชิดกัน และลูกได้ฝึกชันคอไปด้วย ถ้าวางลูกในเปลโยกหรือเก้าอี้โยก ควรให้อยู่ในนั้นไม่นานเกินไป เพราะศีรษะลูกจะกดอยู่ท่าเดิมเหมือนตอนนอน
3. สลับทิศทางศีรษะตอนนอน
ท่านอนที่แนะนำสำหรับทารกคือนอนหงายทุกครั้งที่หลับ ทั้งกลางวันและกลางคืน ท่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะทารกเสียชีวิตกะทันหัน (SIDS) แต่ก็ทำให้ศีรษะด้านหลังรับแรงกดมาก คุณแม่จึงควรให้ลูกนอนหงายต่อไป แล้วสลับให้ลูกหันศีรษะไปทางซ้ายและขวาสลับกัน
อีกวิธีที่ทำได้ง่ายคือสลับฝั่งที่วางลูกในเตียงในแต่ละคืน ลูกมักหันหน้าไปทางประตูหรือทางที่มีคนเดินผ่าน การสลับฝั่งจึงช่วยให้ลูกไม่หันไปทางเดิมตลอด
4. เรื่องหมอนหลุมหรือหมอนหัวทุย
หมอนหลุมหรือหมอนหัวทุยออกแบบมาให้กระจายแรงกดที่ศีรษะด้านหลัง มีบางเว็บไซต์รวบรวมคำบอกเล่าของพ่อแม่ที่ใช้หมอนประเภทนี้ แต่นั่นเป็นประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่ผลการศึกษา
ในงานวิจัย มีการศึกษาของ Anna M Öhman ที่ทดลองใช้หมอนที่ออกแบบเฉพาะกับทารกที่มีศีรษะแบนจากท่านอน ภายใต้การติดตามของทีมผู้ศึกษา ผลนี้จึงใช้กับการดูแลที่อยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้หมายความว่าหมอนทุกแบบใช้ได้ที่บ้าน
ที่สำคัญคือ องค์กรด้านการนอนอย่างปลอดภัยของทารก เช่น NICHD ในลิงก์ข้างต้น แนะนำให้พื้นที่นอนของทารกไม่มีหมอน ผ้าห่มนุ่ม ๆ หรืออุปกรณ์จัดท่า เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหายใจไม่สะดวก ถ้าคุณแม่สนใจหมอนหัวทุย ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อน และอย่าใช้ตอนลูกหลับโดยไม่มีผู้ใหญ่เฝ้าดู หมอนเป็นเพียงตัวช่วยเสริม คุณแม่ยังต้องสลับทิศศีรษะลูกและให้ลูกนอนคว่ำเล่นตอนตื่นอย่างสม่ำเสมอนะคะ
ลูกหัวแบนต้องกังวลไหม มีผลแทรกซ้อนหรือเปล่า
ภาวะศีรษะแบนมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ในรายที่รุนแรงอาจเห็นใบหน้า หู หรือขากรรไกรสองข้างไม่เท่ากัน บทความของ Carl Cummings จาก Canadian Paediatric Society อธิบายว่าภาวะนี้มักเริ่มเห็นในช่วงเดือนแรก ๆ หลังคลอด ซึ่งเป็นวัยที่ลูกนอนท่าเดิมเป็นเวลานาน
ข่าวดีคือศีรษะแบนจากท่านอนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองเมื่อลูกโตและเปลี่ยนท่าได้เอง และเมื่อผมยาวขึ้นก็มักสังเกตแทบไม่เห็น ถ้าคุณแม่ลองปรับท่าแล้วรูปศีรษะยังไม่ดีขึ้น หรือลูกหันคอไปได้ข้างเดียว ควรปรึกษากุมารแพทย์ เพราะบางรายต้องได้รับการดูแลเพิ่ม เช่น กายภาพบำบัดคอ หรือหมวกปรับรูปศีรษะตามที่แพทย์พิจารณา
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
10 วิธีกล่อมลูกน้อยให้หลับสบาย ที่คุณแม่มือใหม่ทำตามได้
เบิกค่าคลอดบุตรจากประกันสังคมอย่างไร
ที่มา: 1
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ