Organic กับ Natural ต่างกันอย่างไร ฉลากแบบไหนเชื่อถือได้
Organic กับ Natural ต่างกันตรงไหน ฉลาก USDA Organic แบ่งกี่ระดับ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ออร์แกนิกทั้งหมดมีอะไรอยู่ในสูตร และคุณแม่ควรดูอะไรบนฉลากก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

คำว่า Organic หรือ "ออร์แกนิก" มักดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค เพราะหลายคนเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต้องดีต่อสุขภาพเสมอ
แต่ในโลกของเครื่องสำอาง คำว่าออร์แกนิกหมายถึงอะไรกันแน่ ต่างจากคำว่า Natural หรือ "ธรรมชาติ" อย่างไร และคุณแม่ควรดูอะไรบนฉลาก บทความนี้ชวนมาทำความเข้าใจกัน
Organic คืออะไร
ในภาคเกษตร ผลผลิตออร์แกนิกคือผลผลิตที่ปลูกและแปรรูปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เช่น ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์และยาฆ่าแมลงสังเคราะห์ตามที่มาตรฐานกำหนด และต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรับรอง
ปัจจุบันมีหน่วยงานรับรองออร์แกนิกที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลหลายแห่ง เช่น BDIH ของเยอรมนี ECOCERT ของฝรั่งเศส และ USDA Organic ของสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งมีเกณฑ์ต่างกัน ในบทความนี้ขอยกเกณฑ์ของ USDA Organic เป็นตัวอย่าง
ฉลาก USDA Organic แบ่งเป็น 4 ระดับ
1. 100% Organic
ส่วนผสมทั้งหมดต้องเป็นออร์แกนิก ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงการแปรรูป ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์แสดงตรา USDA Organic บนบรรจุภัณฑ์ได้
2. Organic
ส่วนผสมอย่างน้อย 95% ต้องเป็นออร์แกนิก ส่วนที่เหลือต้องเป็นส่วนผสมที่อยู่ในรายการที่มาตรฐานอนุญาต ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แสดงตรา USDA Organic ได้
3. Made with Organic Ingredients (ผลิตด้วยส่วนผสมออร์แกนิก)
ส่วนผสมอย่างน้อย 70% เป็นออร์แกนิก ส่วนที่เหลือต้องเป็นส่วนผสมที่มาตรฐานอนุญาต ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ระบุบนฉลากได้ว่าผลิตด้วยส่วนผสมออร์แกนิก แต่แสดงตรา USDA Organic ไม่ได้
4. มีส่วนผสมออร์แกนิกน้อยกว่า 70% (Less than 70% organic ingredients)
ใช้คำว่า "ออร์แกนิก" เป็นชื่อหรือคำอธิบายผลิตภัณฑ์ไม่ได้ และแสดงตรา USDA Organic ไม่ได้ แต่ระบุได้ว่าส่วนผสมตัวไหนในรายการส่วนผสมเป็นออร์แกนิก
สรุปคือ การเรียกผลิตภัณฑ์ว่า "ออร์แกนิก" ไม่ได้อาศัยแค่การมีส่วนผสมจากธรรมชาติ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ถ้าเห็นคำว่าออร์แกนิกบนฉลาก ลองดูว่ามีชื่อหรือตราของหน่วยงานรับรองกำกับไว้หรือไม่
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบ Organic กับ Natural ต่างกันอย่างไร
สกินแคร์ออร์แกนิกคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากเกษตรอินทรีย์ตามสัดส่วนที่มาตรฐานกำหนด และผ่านการรับรอง
ส่วนสกินแคร์ธรรมชาติ (Natural Skincare) มักหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากพืชหรือแหล่งธรรมชาติ แต่คำว่า "Natural" ไม่มีนิยามหรือมาตรฐานกลางที่ใช้ทั่วโลก แต่ละแบรนด์จึงใช้คำนี้ต่างกันไป
สิ่งที่ฉันมองหาคือส่วนผสมที่มีหลักฐานอ้างอิงและมีข้อมูลทางคลินิกเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพ คนมักคิดว่าสิ่งที่มาจากธรรมชาติดีกว่า ซึ่งอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ – Doris Day ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกด้านโรคผิวหนัง ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก
เราไม่ได้บอกว่าแบบไหนดีกว่ากัน ทั้งสองแบบมีส่วนผสมจากธรรมชาติเหมือนกัน ต่างกันที่ที่มาของวัตถุดิบและการรับรอง แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเหมาะกับผิวของทุกคน
สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าคืออ่านรายการส่วนผสมทั้งหมด ดูว่าส่วนผสมหลักมีหน้าที่อะไร มีส่วนผสมที่ตัวเองแพ้หรือเลือกเลี่ยงหรือไม่ และคำกล่าวอ้างบนบรรจุภัณฑ์มีข้อมูลรองรับหรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ออร์แกนิกทั้งหมด ส่วนที่เหลือคืออะไร
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นออร์แกนิก 100% ส่วนผสมที่เหลือมักเป็นสารที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์คงตัว มีเนื้อสัมผัสที่ดี และไม่เสียง่าย เช่น อิมัลซิไฟเออร์และสารกันเสีย ส่วนผสมเหล่านี้ไม่ได้อันตรายเพียงเพราะไม่ใช่ออร์แกนิก เครื่องสำอางที่ขายถูกกฎหมายในไทยต้องใช้ส่วนผสมตามที่กฎหมายอนุญาตและจดแจ้งกับ อย.
ปัญหาจริงอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้คำว่า "ออร์แกนิก" หรือ "ธรรมชาติ" เป็นคำโฆษณา แต่ไม่มีการรับรองและไม่แสดงส่วนผสมที่ตรวจสอบได้ บางผลิตภัณฑ์ลักลอบใส่สารต้องห้ามหรือยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น สเตียรอยด์และไฮโดรควิโนน เพื่อให้เห็นผลเร็ว
ครีมที่เรียกตัวเองว่า Organic หลายตัวมีสารฟอกผิว สเตียรอยด์ และไฮโดรควิโนนความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังเสียหายอย่างถาวร – Folakemi Cole-Adeife
Folakemi Cole-Adeife แพทย์ผิวหนังที่ปรึกษา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยลากอส ประเทศไนจีเรีย พูดถึงครีมที่ขายทางออนไลน์ในประเทศของเธอซึ่งเรียกตัวเองว่า "ออร์แกนิก" หรือ "ธรรมชาติ" โดยไม่บอกที่มาของส่วนผสม เธอเล่าว่าได้พบผู้ป่วยจำนวนมากที่มีผลข้างเคียงจากครีมเหล่านี้
เธออธิบายว่าครีมที่แอบใส่สเตียรอยด์ทำให้ผิวดูดีขึ้นในช่วงแรก ซึ่งทำให้คนติดใจ แต่เมื่อหยุดใช้ ผิวมักกลับไปเหมือนเดิมหรือแย่กว่าเดิม ผลข้างเคียงที่เธอพบบ่อย ได้แก่ การติดเชื้อที่ผิวหนังซ้ำ ๆ โดยเฉพาะเชื้อรา ผื่น ผิวบางลง ช้ำง่าย คัน ผิวแดง และรอยแตกลายที่ไม่เคยมีมาก่อน
คำแนะนำของเธอคือ อย่าเชื่อคำโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว สำหรับคุณแม่ในไทย ก่อนซื้อเครื่องสำอางควรตรวจเลขจดแจ้ง อย. บนฉลาก อ่านรายการส่วนผสม และดูว่ามีส่วนผสมที่ตัวเองเลือกเลี่ยงหรือไม่ เช่น พาราเบน SLS แอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม โดยเฉพาะคนที่ผิวบอบบาง คุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่ให้นม
Mama’s Choice เลือกส่วนผสมอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Mama’s Choice ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองทั้งสูตร และเราไม่อยากให้คุณแม่เข้าใจผิด สิ่งที่เราตั้งใจทำคือคัดส่วนผสมจากพืชที่มีหน้าที่ชัดเจนในสูตร เช่น ว่านหางจระเข้ น้ำมันอัลมอนด์ เชียบัตเตอร์ และสารสกัดจากข้าว และบางผลิตภัณฑ์ก็มีส่วนผสมออร์แกนิกที่ได้รับการรับรอง เช่น ว่านหางจระเข้ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองจาก Ecocert ใน Baby Hair Vitamin Lotion
เราคิดค้นสูตรและทดสอบที่สิงคโปร์ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ให้นม และลูกน้อยโดยเฉพาะ เราแสดงรายการส่วนผสมครบทุกตัว บอกชัดว่าสูตรไหนไม่มีพาราเบน พทาเลต ไตรโคลซาน SLS หรือแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์หลายรายการผ่านการทดสอบทางผิวหนังและได้รับการรับรองฮาลาลจาก MUI (Majelis Ulama Indonesia) และเครื่องสำอางของเราจดแจ้งกับ อย. โดยแสดงเลขที่จดแจ้งไว้บนฉลากและหน้าสินค้า
เพราะเราเชื่อว่าคุณแม่ควรได้รู้ทุกอย่างที่ทาลงบนผิวตัวเองและผิวลูก ดูผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Mama’s Choice ที่ Shopee
ท้ายที่สุด ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิก จะมีตรารับรองหรือไม่ สิ่งที่ช่วยให้คุณแม่เลือกได้อย่างมั่นใจคืออ่านฉลาก ดูว่าส่วนผสมมีข้อมูลรองรับแค่ไหน และตรวจเลขจดแจ้งให้ถูกต้อง
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ส่วนผสมที่คุณแม่มือใหม่มักเลือกเลี่ยง และวิธีอ่านฉลาก
พาราเบนคืออะไร คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้อะไรบ้าง
ส่วนผสมที่ควรดูก่อนเลือกครีมทาหน้าให้ลูกน้อย
พาราเบน (Paraben) ในเครื่องสำอาง ข้อมูลที่ควรรู้
4 ส่วนผสมในสกินแคร์ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลี่ยง
อ้างอิง:
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ