Search

‘ตกขาว’ ระหว่าง ‘ตั้งครรภ์’ อันตรายหรือไม่? ป้องกันอย่างไร?

แม่กำลังมี ตกขาว ระหว่าง ตั้งครรภ์ ใช่ไหมคะ?  แต่เชื่อหรือไม่ว่านี่เป็นเรื่องปกติ  เพราะสาเหตุหลักมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากในระหว่างตั้งครรภ์  แต่ถ้าตกขาวที่มาจากสาเหตุอื่น ก็อาจเป็นอันตรายต่อคนท้องได้  และมักจะมีลักษณะของสีและกลิ่นที่ผิดปกติ

 

ตกขาว ระหว่าง ตั้งครรภ์ ที่ปกติ เป็นอย่างไร?

ตกขาว ท้อง

ตกขาว หรือ ระดูขาว เป็นสารคัดหลั่งที่ถูกปล่อยออกมาทางช่องคลอด ของเหลวนี้ผลิตขึ้นเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่ช่องคลอด และทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อ หรือป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าสู่มดลูกจากทางช่องคลอด

การรายงานจาก WebMD  ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้น ปริมาณของตกขาวก็จะถูกผลิตได้มากขึ้นเช่นกัน  โดยเฉพาะช่วงก่อนวันคลอด  ซึ่งนั่นเป็นเพราะหัวของทารกเริ่มมากดที่ปากมดลูกของแม่มากขึ้น

 

อาการตกขาวที่เป็นปกติมีลักษณะ ดังนี้ 

  • เป็นมูกใสที่จับได้ หรือมีสีขาวขุ่น ลักษณะเหมือนไข่ขาว เมื่อแห้งบนกางเกงมักจะมีสีขาวเหลืองเล็กน้อย
  • ไม่มีอาการคันตามมา
  • มีกลิ่นตามธรรมชาติ  ไม่ใช่กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
  • ไม่มีอาการปวดกระดูกเชิงกรานร่วมด้วย

 

ตกขาว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องคลอด

ตกขาวที่ไม่ปกติจะมีลักษณะเป็นสีเหลือง หรือออกเขียวคล้ายหนอง และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์  ซึ่งนี่อาจเป็นสัญญาณของโรค หรือการติดเชื้อในช่องคลอด หากแม่พบว่ามีตกขาวตามลักษณะใด ๆ ที่อธิบายไว้ด้านล่างนี้ จะต้องรีบเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลครรภ์ทันที  เพราะนั่นคือลักษณะของการติดเชื้อในช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์

 

ช่องคลอด

1. ภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย

การติดเชื้อนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องคลอดอันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน โดยปกติแล้ว การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด  จะตามมาด้วยอาการเหล่านี้:

  • มีมูกสีเทาหรือมูกสีขาวขุ่นมัว
  • มีอาการปวดระหว่างถ่ายปัสสาวะ
  • เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบ คันรอบ ๆ ช่องคลอดอย่างรุนแรง
  • ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็นคล้ายคาวปลา
  • รู้สึกเจ็บช่องคลอดหลังการมีเพศสัมพันธ์

แม่ควรใส่ใจและสังเกตอาการเหล่านี้ เพราะการจัดการกับ ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด  มักจะต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อแบคทีเรียได้

 

2. ปัญหาเชื้อราในช่องคลอด

การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนในร่างกายของแม่ นอกจากจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราในช่องคลอด หรือ การติดเชื้อราในช่องคลอด (Candida albicans)  ซึ่งมีอาการ ดังนี้

  • มีตกขาวสีขาวเหลือง หรือมีลักษณะเป็นเมือกสีเขียว ออกมาจากช่องคลอดปริมาณมาก อาจมีหรือไม่มีกลิ่นเหม็นก็ได้
  • รู้สึกเจ็บช่องคลอดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  • ช่องคลอดมีอาการบวมแดง เมื่อสัมผัสแล้วเจ็บได้ง่าย
  • รู้สึกปวดขัดหรือแสบร้อนเวลาปัสสาวะ
  • ปวดบริเวณปีกมดลูกหรืออุ้งเชิงกราน
  • มีอาการคันในช่องคลอดอย่างรุนแรง

หากแม่มีภาวะใดภาวะหนึ่งข้างต้น  ไม่ควรนิ่งนอนใจ  ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลจากแพทย์  ซึ่งโดยปกติจะใช้วิธีรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา

ตกขาว

3. โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis)

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเชื้อนี้จะถูกส่งผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์  ซึ่งมีลักษณะของอาการ ดังนี้

  • ตกขาวเป็นเมือกสีเหลืองเขียว หรือ เทา
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาวอย่างรุนแรง
  • รู้สึกเจ็บและแสบระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  • มีตกขาวเมือกออกมาในปริมาณมาก
  • มีอาการคันมากเกินไปในบริเวณช่องคลอด
  • ปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์

 

เมื่อแม่มีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ และรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ ถึงแม้จะไม่มีอาการแล้วก็ตาม  และระหว่างการรักษาควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์

 

4. การติดเชื้อสเตร๊บโตคอคคัสกรุ๊ปบี (Streptococcus Group B : GBS)

ตกขาว

ความเสี่ยงในการพัฒนาเชื้อแบคทีเรีย GBS นั้นสูงกว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อชนิดอื่น ๆ  ซึ่งอาการที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย GBS มีดังนี้

  • ปัสสาวะสีขุ่น
  • รู้สึกปวดปัสสาวะ แต่จริง ๆ แล้วไม่มีปัสสาวะให้ขับถ่าย
  • ปวดแสบร้อนในช่องคลอดระหว่างการถ่ายปัสสาวะ

การติดเชื้อชนิดนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะเชื้อ GBS สามารถส่งผ่านไปยังทารกได้ทางกระแสเลือด ดังนั้น แม่ควรยับยั้งการการติดเชื้อ GBS ในทันทีที่เกิดอาการ  โดยให้รีบไปพบแพทย์ และรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ

 

วิธีป้องกันการ ตกขาว ใน ระหว่าง ตั้งครรภ์

 

  • หลีกเลี่ยงการใช้กางเกงรัดรูป หรือ กางเกงยีนส์ผ้าหนา เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการก่อเชื้อราในช่องคลอด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมบริเวณช่องคลอด เพื่อให้อากาศไหลเวียนภายในช่องคลอดได้อย่างราบรื่น
  • ปัสสาวะเป็นประจำ และเช็ดทำความสะอาดโดยเริ่มจากด้านหน้าไปด้านหลังเท่านั้น เพื่อไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักแพร่กระจายเข้าสู่ช่องคลอด
  • รับประทานอาหารจำพวกแป้งและเส้นใยอาหารจากธรรมชาติ ที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน  เพื่อป้องกันการก่อตัวของแบคทีเรียในช่องคลอด

ช่องคลอด


ติดตามข่าวสาร สาระ และเกร็ดความรู้ เรื่องการดูแลสุขภาพคุณแม่ และวิธีเลี้ยงลูก ได้ที่ Mama’s Choice Blog

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของ Mama’s Choice Thailand ได้ที่ Shopee Official Store

ratchadaporn

COMMENTS

0 Comments
Leave a comment

Your Cart (0)

Close

เพิ่ม ฿300.00 เพื่อรับสิทธิในการจัดส่งฟรี!

Mini Cart

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า

Shop now

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า