10 เคล็ดลับเปลี่ยนผ้าอ้อมทารก สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่
ขั้นตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมทารกทีละข้อ ตั้งแต่เตรียมอุปกรณ์ เช็ดทำความสะอาด ทาครีมปกป้องผิว จนถึงเคล็ดลับเลือกชุดลูกและจัดกระเป๋าสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

การเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นงานที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องทำทุกวัน ทั้งกลางวันและกลางดึก ช่วงแรกอาจรู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ ทั้งเรื่องเลือกผ้าอ้อม ขั้นตอนที่ถูกต้อง และการรับมือตอนลูกงอแง แต่เมื่อทำไปสักพักก็จะคล่องมือขึ้นเอง
เรารวบรวมขั้นตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม 10 ข้อ และเคล็ดลับที่ช่วยให้งานนี้ง่ายขึ้นอีก 10 ข้อ เหมาะทั้งกับคุณพ่อคุณแม่ที่เพิ่งมีลูกและคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากเตรียมตัวล่วงหน้า
ในสัปดาห์แรก ๆ ทารกแรกเกิดฉี่และอึบ่อย คุณพ่อคุณแม่จึงอาจต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมหลายครั้งต่อวัน เตรียมผ้าอ้อมสำรองไว้ให้พอเป็นเรื่องที่ช่วยได้มาก
10 ขั้นตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมทารก

1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม: ผ้าอ้อมผืนใหม่ ทิชชูเปียกหรือสำลีชุบน้ำสะอาด ครีมทาผิวบริเวณผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม และเสื้อผ้าชุดสำรอง วางทุกอย่างไว้ใกล้มือก่อนเริ่ม
2. ล้างมือให้สะอาด: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำก่อนเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง
3. วางลูกบนแผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม: จะเป็นแผ่นรอง ผ้าขนหนู หรือโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมก็ได้ ขอให้พื้นผิวสะอาดและมั่นคง ถ้าเปลี่ยนบนโต๊ะ ให้มือข้างหนึ่งจับตัวลูกไว้ตลอดเวลา เพราะลูกอาจพลิกตัวกลิ้งตกได้เร็วกว่าที่คิดนะคะ
4. ปลดผ้าอ้อมผืนเก่า: แกะเทปหรือปลดผ้าอ้อมที่เปื้อนออก แต่ยังไม่ต้องดึงออกจากใต้ตัวลูก
5. เช็ดทำความสะอาด: จับข้อเท้าลูกยกขึ้นเบา ๆ แล้วเช็ดผิวบริเวณผ้าอ้อมจากด้านหน้าไปด้านหลัง
ลูกสาวควรเช็ดบริเวณอวัยวะเพศเบา ๆ จากหน้าไปหลัง ช่วยลดโอกาสที่เชื้อจากอุจจาระจะเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะ ลูกชายให้เช็ดรอบอวัยวะเพศเบา ๆ และจัดให้ชี้ลงก่อนปิดผ้าอ้อม จะช่วยลดการรั่วซึมขึ้นด้านบน
ทิชชูเปียกเด็ก Mama's Choice แพ็ก 30 แผ่น
ทิชชูเปียกเด็กของ Mama's Choice เป็นตัวช่วยที่หลายบ้านวางไว้ข้างที่เปลี่ยนผ้าอ้อม แพ็กเดียวใช้เช็ดผิวลูกได้ทั้งตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมและตอนกินข้าวเลอะเต็มหน้า ไม่ต้องซื้อหลายห่อแยกงาน แพ็กละ 30 แผ่น ขนาดพอดีหยิบใส่กระเป๋าติดตัวไปได้ทุกที่
6. ปล่อยให้ผิวแห้ง: หลังเช็ดให้ทั่วทุกซอกแล้ว ปล่อยให้ผิวลูกผึ่งลมสักครู่ หรือใช้ผ้าสะอาดซับเบา ๆ จนแห้ง ผิวที่ชื้นอยู่ใต้ผ้าอ้อมนาน ๆ มักระคายเคืองได้ง่าย
7. ดึงผ้าอ้อมเก่าออก: ม้วนผ้าอ้อมผืนเก่าเก็บด้านที่เปื้อนไว้ด้านใน แล้วสอดผืนใหม่เข้าไปแทน
8. ทาครีมบริเวณผ้าอ้อม: ทาครีมบาง ๆ บนผิวที่สัมผัสผ้าอ้อมทุกครั้งที่เปลี่ยน ครีมจะเคลือบผิวไว้ช่วยปกป้องจากความอับชื้นและการเสียดสี
หลายบ้านเลือก Baby Rash Cream ของ Mama's Choice เพราะเนื้อครีมเกลี่ยง่าย ทาบาง ๆ ได้เร็วแม้ลูกดิ้น มีสารสกัดใบบัวบก น้ำมันอัลมอนด์ แพนทีนอล และวิตามินอี ช่วยปกป้องผิวบริเวณผ้าอ้อมจากความอับชื้นและให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้น สูตรสำหรับผิวเด็กตั้งแต่แรกเกิด ไม่มีพาราเบน แอลกอฮอล์ และมิเนอรัลออยล์ในสูตร
ถ้าผิวลูกแดงมากขึ้น เป็นตุ่มหนอง มีแผลถลอก หรือไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพราะผื่นบางชนิดเกิดจากเชื้อราหรือแบคทีเรียและต้องใช้ยาที่แพทย์สั่ง
Baby Rash Cream ครีมทาผิวบริเวณผ้าอ้อม (จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6400026606)
อ่านต่อ: ผื่นผ้าอ้อม เกิดจากอะไร และดูแลผิวลูกอย่างไร
9. ปิดผ้าอ้อมผืนใหม่ให้พอดี: จัดขอบด้านหลังของผ้าอ้อมให้อยู่ระดับเอว ดึงด้านหน้าขึ้นระหว่างขาลูก แล้วติดเทปทั้งสองข้าง ผ้าอ้อมควรกระชับพอไม่ให้รั่ว แต่ยังสอดนิ้วเข้าไประหว่างผ้าอ้อมกับท้องลูกได้
10. เก็บกวาดให้เรียบร้อย: ทิ้งผ้าอ้อมผืนเก่า เช็ดพื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม แล้วล้างมืออีกครั้ง เท่านี้ก็เสร็จ
10 เคล็ดลับเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ง่ายและไวขึ้น
เมื่อคุ้นกับขั้นตอนแล้ว ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้ดู หลายข้อมาจากประสบการณ์ของคุณพ่อคุณแม่ที่ผ่านช่วงแรกมาแล้ว
1. เลือกชุดลูกที่ปลดง่าย
ใส่ชุดน่ารัก ๆ ให้ลูกเป็นความสุขเล็ก ๆ ของพ่อแม่ แต่ถ้าชุดถอดยาก การเปลี่ยนผ้าอ้อมวันละหลายรอบก็กลายเป็นเรื่องเหนื่อยได้
ชุดที่มีกระดุมแป๊กหรือตีนตุ๊กแกตรงเป้าช่วยได้มาก แค่ปลดเป้าก็เปลี่ยนผ้าอ้อมได้ทันที ไม่ต้องถอดทั้งชุด สะดวกเป็นพิเศษตอนกลางดึก
ชุดเด็กมีกระดุมด้านล่าง ปลดเปลี่ยนผ้าอ้อมได้สะดวก
2. ใช้ผ้าอ้อมผืนเดิมเช็ดก่อน
ถ้าลูกอึ ให้ใช้ด้านในส่วนที่ยังสะอาดของผ้าอ้อมผืนเก่าปาดคราบส่วนใหญ่ออกก่อน แล้วค่อยเช็ดต่อด้วยทิชชูเปียกหรือสำลี วิธีนี้ช่วยประหยัดทิชชูได้ไม่น้อย
3. ใช้แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อมแบบกันน้ำ
แผ่นรองกันน้ำเช็ดคราบฉี่และอึออกได้ง่ายกว่าผ้ารองทั่วไป ไม่ต้องซักบ่อย ถ้าเลือกแบบพับเก็บได้ ก็พกไปเปลี่ยนให้ลูกนอกบ้านได้ด้วย
4. สอดผ้าอ้อมผืนใหม่ไว้ใต้ผืนเก่า
ก่อนแกะผ้าอ้อมที่เปื้อน ให้สอดผืนใหม่ที่กางไว้แล้วรองใต้ก้นลูกก่อน พอเช็ดทำความสะอาดเสร็จ ก็ดึงผืนเก่าออกแล้ววางก้นลูกลงบนผืนใหม่ได้เลย ไม่ต้องยกตัวลูกขึ้นลงหลายรอบ และถ้าลูกฉี่ระหว่างเปลี่ยนก็ไม่เลอะที่นอน
5. หาของเล่นให้ลูกถือ
ลูกที่เริ่มโตมักดิ้นไม่หยุดตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม ของเล่นชิ้นเล็กที่ลูกชอบ หรือการร้องเพลงคุยกับลูก ช่วยดึงความสนใจให้ลูกนิ่งได้นานพอจะเปลี่ยนเสร็จ
6. ใช้ชายเสื้อบอดี้สูทเก็บแขนลูก
ถ้าลูกใส่บอดี้สูทแบบติดกระดุมเป้า ลองใช้ตัวเสื้อช่วยเก็บแขนลูกไว้ระหว่างเปลี่ยนผ้าอ้อม
วิธีทำ: ปลดกระดุมเป้า ม้วนตัวเสื้อขึ้นไปถึงระดับอก แล้วติดกระดุมเข้าด้วยกันหลวม ๆ แขนลูกจะอยู่ในเสื้อ ไม่ปัดไปมาโดนผ้าอ้อมที่เปื้อน อย่าม้วนแน่นจนลูกขยับตัวหรือหายใจไม่สะดวก และปลดออกทันทีเมื่อเปลี่ยนเสร็จนะคะ
7. ทาครีมบริเวณผ้าอ้อมเป็นประจำ
การเช็ดบ่อย ๆ ทำให้ผิวลูกเสียดสี ทิชชูบางชนิดหรือผ้าอ้อมที่อับชื้นนาน ๆ ก็ทำให้ผิวบริเวณนี้แดงและระคายเคืองได้
https://www.tiktok.com/@ladykhopfah/video/7210987734708538650
หลายบ้านจึงทาครีมบาง ๆ ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อมจนเป็นนิสัย เพื่อเคลือบผิวไว้จากความอับชื้นและให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน
8. ใส่ผ้าอ้อมให้เข้าที่
ตอนรีบ ๆ เรามักลืมไปว่าผ้าอ้อมจะซึมซับได้ดีเมื่อใส่ถูกตำแหน่ง ลองเช็กว่าผ้าอ้อมอยู่กึ่งกลางก้นลูก ขอบยางรอบขาไม่พับเข้าด้านใน และเทปติดแน่นทั้งสองข้าง จะช่วยลดการรั่วซึมได้
9. วางชุดเปลี่ยนผ้าอ้อมสำรองไว้หลายมุมในบ้าน
เตรียมตะกร้าหรือกระเป๋าใส่ของเปลี่ยนผ้าอ้อมไว้ในห้องอื่นนอกจากห้องนอน เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงาน เวลาลูกต้องเปลี่ยนด่วน หรือมีคนอื่นช่วยเปลี่ยนแทน ก็หยิบของได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินไปหลายที่
กระเป๋าใบใหญ่ที่ใส่ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยน ครีมทาผิว ผ้าเช็ดทำความสะอาด และชุดสำรองได้ครบในใบเดียว จะช่วยให้จัดของง่ายขึ้น
กระเป๋าเก็บผ้าอ้อม ขวดนม และอุปกรณ์ของลูกน้อย
แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อมกันน้ำ (ดูรายละเอียดของแถมในหน้าร้าน)
10. พกกระเป๋าผ้าอ้อมทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
เวลาพาลูกออกนอกบ้าน ควรมีกระเป๋าใส่ของเปลี่ยนผ้าอ้อมติดตัวเสมอ เลือกใบที่กะทัดรัด แบ่งช่องได้หลายช่อง และถ้ากางเป็นที่รองเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ด้วยก็ยิ่งสะดวก กระเป๋าอเนกประสงค์ของ Mama's Choice มี 7 ช่อง แยกผ้าอ้อม ขวดนม และของใช้ลูกได้เป็นสัดส่วน หยิบของได้ไวตอนรีบ และกางเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมได้ในใบเดียว
กระเป๋าอเนกประสงค์ 7 ช่อง กางเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมได้
ที่มา:
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
ผื่นที่พบบ่อยในเด็กและวิธีดูแลผิวลูก
ลูกนอนไม่หลับ สาเหตุและวิธีรับมือ
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

