ข้ามไปที่เนื้อหา

ซื้อได้ที่ร้านทางการของเราบน Shopee หรือ ณ จุดจำหน่ายทั่วประเทศไทย

Mama's Choice

ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ต่อทั้งลูกน้อยและตัวคุณแม่

ควรเริ่มให้นมแม่เมื่อไหร่ เตรียมตัวอย่างไรสำหรับคุณแม่มือใหม่ พร้อม 5 ประโยชน์ของนมแม่ต่อลูกน้อย และ 5 ประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณแม่ตามที่งานวิจัยพบ

เขียนโดย ทีม Mama's Choiceบทความนี้ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากบุคลากรทางการแพทย์เผยแพร่ อัปเดต 2 นาที
คุณแม่กำลังให้นมลูกน้อย

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อลูกเพียงฝ่ายเดียว ตัวคุณแม่เองก็ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน บทความนี้ Mama’s Choice รวบรวมสิ่งที่งานวิจัยและองค์กรด้านสุขภาพพูดถึงนมแม่ไว้ให้คุณแม่อ่านประกอบการตัดสินใจ แม้ช่วงแรกจะมีทั้งอาการเจ็บหัวนมและคืนที่นอนไม่พอให้ต้องปรับตัว

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือการให้ลูกกินนมของคุณแม่ ไม่ว่าจะดูดจากเต้าโดยตรง หรือปั๊มนมใส่ขวดให้ลูกกิน องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดในการดูแลสุขภาพและความอยู่รอดของเด็ก

ทารกเกิดมาพร้อมสัญชาตญาณในการดูดนม

ทารกมีปฏิกิริยาดูดโดยอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งใดสัมผัสเพดานปาก และจะหันหาเมื่อมีอะไรมาแตะแก้มหรือริมฝีปาก ปฏิกิริยาเหล่านี้ช่วยให้ลูกเริ่มหาเต้าและดูดนมได้ตั้งแต่แรกเกิด

ควรเริ่มเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อไหร่

WHO แนะนำให้เริ่มให้นมแม่ภายในชั่วโมงแรกหลังคลอด และให้นมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก ส่วน[แนวทางของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์](https://www.moh.gov.sg/docs/librariesprovider4/guidelines/management_of_breastfeeding_for_fullterm_infants.pdf#:~:text=The%20World%20Health%20Organisation%20(WHO,weaning%20onto%20semi%2Dsolid%20food.)ก็ให้ความสำคัญกับการให้แม่และลูกได้สัมผัสผิวกันหลังคลอด โดยไม่แยกแม่ลูกออกจากกัน เว้นแต่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่จำเป็น

WHO ยังแนะนำให้ให้นมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยไปจนลูกอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น เพราะในช่วงอายุ 6–12 เดือน นมแม่ยังให้พลังงานได้ราวครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าของที่ลูกต้องการ และในช่วง 12–24 เดือนให้ได้ราวหนึ่งในสาม

เตรียมตัวอย่างไรสำหรับคุณแม่มือใหม่

@mamaschoice.th

ตอบคำถามจาก @pnw60: ครีมทาหัวนมของเราทาแล้วไม่ต้องล้างออกก่อนให้นม ดูวิธีใช้บนฉลากประกอบด้วยนะคะ

การให้นมลูกไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยให้ช่วงแรกราบรื่นขึ้นได้

  • เตรียมของใช้จำเป็นไว้ก่อนคลอด เช่น หมอนให้นม เสื้อชั้นในให้นม แผ่นซับน้ำนม และครีมทาหัวนมสำหรับบำรุงผิวหัวนมที่แห้ง

  • ถ้ามีโอกาส ลองเข้าคลาสเตรียมคลอดหรือคลาสนมแม่ที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ เพื่อฝึกท่าให้นมและการเข้าเต้าตั้งแต่ก่อนคลอด

  • ช่วงแรกพยายามอย่าเครียดจนเกินไป ความเครียดและความเหนื่อยล้าอาจทำให้น้ำนมไหลออกยากขึ้น กินอาหารที่หลากหลาย ดื่มน้ำให้พอ และพักผ่อนเท่าที่ทำได้ ถ้ามีปัญหาเรื่องน้ำนมหรือการเข้าเต้า ปรึกษาพยาบาลหรือคลินิกนมแม่ได้เลยนะคะ

  • ถ้าให้ลูกดูดจากเต้าไม่ได้หรือต้องกลับไปทำงาน การปั๊มนมเก็บไว้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

  • เรียนรู้ช่วงที่ลูกโตเร็ว (growth spurt) ซึ่งมักพบราวอายุ 2–3 สัปดาห์ 6 สัปดาห์ 3 เดือน และ 6 เดือน ช่วงนี้ลูกอาจขอกินนมบ่อยและนานขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

ประโยชน์ของนมแม่ต่อลูกน้อย

1. นมแม่มีสารอาหารที่เหมาะกับทารก

WHO อธิบายว่านมแม่เป็นอาหารที่เหมาะกับทารก สะอาด อุณหภูมิพอดี และมีสารอาหารที่ทารกต้องการในช่วงเดือนแรก ๆ ของชีวิต น้ำนมเหลือง (หัวน้ำนม หรือ colostrum) คือน้ำนมแรกที่เต้านมสร้างขึ้นหลังคลอด มีสีเหลืองข้น ปริมาณไม่มาก แต่เข้มข้นด้วยสารอาหารและภูมิคุ้มกันที่ทารกแรกเกิดต้องการ

2. นมแม่มีแอนติบอดี

นมแม่มีแอนติบอดีที่เรียกว่าอิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ซึ่งช่วยร่างกายต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรีย เมื่อคุณแม่สัมผัสเชื้อโรค ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีและส่งผ่านน้ำนมไปถึงลูก นักวิจัยยังพบว่าองค์ประกอบของนมแม่เปลี่ยนไปได้เมื่อลูกป่วย และสันนิษฐานว่าร่างกายแม่อาจรับสัญญาณนี้ผ่านน้ำลายของลูกขณะดูดนม เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย

3. นมแม่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิด

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าทารกที่กินนมแม่มีความเสี่ยงต่ำกว่าต่อโรคหลายอย่าง เช่น การติดเชื้อในหู การติดเชื้อทางเดินหายใจและปอดบวม กระเพาะและลำไส้อักเสบ โรคหอบหืด กลุ่มอาการเสียชีวิตกะทันหันในทารก (SIDS) และมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็กบางชนิด นมแม่ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้รับประกันว่าลูกจะไม่ป่วย และลูกที่กินนมผสมก็เติบโตแข็งแรงได้เช่นกัน

4. นมแม่อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนในวัยเด็ก

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Pediatrics ของ American Academy of Pediatrics พบว่าทารกที่ดูดนมจากเต้าโดยตรงมีแนวโน้มน้ำหนักเกินน้อยกว่า คำอธิบายหนึ่งคือ เมื่อดูดจากเต้า ลูกจะควบคุมปริมาณเองและหยุดเมื่ออิ่ม ขณะที่การกินจากขวดผู้ใหญ่มักเห็นนมที่เหลือแล้วอยากให้ลูกกินจนหมด

5. นมแม่อาจส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา

ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่กินนมผสมจะฉลาดน้อยกว่านะคะ แต่การศึกษาหลายชิ้นพบว่าเด็กที่กินนมแม่มีคะแนนไอคิวสูงกว่าเล็กน้อยโดยเฉลี่ย และการศึกษาระยะยาวในประเทศบราซิลพบว่า ผู้ที่ได้กินนมแม่อย่างน้อย 1 ปีในวัยทารกทำคะแนนทดสอบสติปัญญาได้ดีกว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้พัฒนาการของเด็กขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การเลี้ยงดู การเล่น และสภาพแวดล้อมในบ้าน

ประโยชน์ของการให้นมลูกต่อคุณแม่

1. ช่วยร่างกายคุณแม่ในช่วงหลังคลอด

การให้นมลูกใช้พลังงานมากกว่าที่หลายคนคิด Cleveland Clinic ระบุว่าการผลิตน้ำนมใช้พลังงานเพิ่มขึ้นราว 500 แคลอรีต่อวัน นอกจากนี้ เมื่อลูกดูดนม ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งช่วยให้น้ำนมไหล และทำให้มดลูกหดตัว จึงช่วยให้มดลูกกลับสู่ขนาดเดิมและช่วยลดการเสียเลือดหลังคลอด คุณแม่บางคนพบว่าน้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้นในช่วงให้นม แต่ร่างกายแต่ละคนต่างกัน ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองเรื่องน้ำหนักในช่วงนี้

2. อาจช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

ประโยชน์ของการให้นมไม่ได้มีแค่ด้านร่างกาย การศึกษาหนึ่งพบว่าคุณแม่ที่ให้นมลูกมีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเกิดได้กับคุณแม่ทุกคน ไม่ว่าจะให้นมแบบไหน ถ้ารู้สึกเศร้า หมดแรง หรือสิ้นหวังติดต่อกันเกินสองสัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์นะคะ

3. ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

นอกจากช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูก การให้นมยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพระยะยาวของคุณแม่ด้วย งานวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายประเทศพบว่า ความเสี่ยงมะเร็งเต้านมลดลงราว 4.3% ต่อการให้นมลูกรวมทุก 12 เดือน

ส่วนอีกการศึกษาหนึ่งพบว่า คุณแม่ที่ให้นมลูกนานกว่า 13 เดือน มีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ต่ำกว่าคุณแม่ที่ให้นมน้อยกว่า 7 เดือนราว 63%

4. อาจช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2

งานวิจัยที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) เผยแพร่ ศึกษาคุณแม่ที่เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และพบว่ากลุ่มที่ให้นมนานกว่า 2 เดือน มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในภายหลังต่ำลงเกือบครึ่ง ส่วนกลุ่มที่ให้นมนานกว่า 5 เดือน ความเสี่ยงลดลงมากกว่าครึ่ง

5. ดีต่อใจและหัวใจ

การให้นมเป็นช่วงเวลาที่แม่ลูกได้ใกล้ชิดกัน ฮอร์โมนออกซิโทซินและโปรแลกติน (Prolactin) ที่หลั่งออกมาระหว่างให้นม ช่วยให้คุณแม่หลายคนรู้สึกผ่อนคลายและสงบขึ้น

ในด้านร่างกาย การศึกษาหนึ่งยังพบว่าคุณแม่ที่ให้นมลูกมีความเสี่ยงต่ำกว่าต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด โดยต่ำกว่าราว 20–30% ในกลุ่มที่ให้นมรวมอย่างน้อย 4 เดือน

ตัวช่วยให้ผิวหัวนมนุ่มสบายตลอดช่วงให้นม

ช่วงให้นม ผิวหัวนมและลานนมของคุณแม่หลายคนแห้งตึงจากการที่ลูกดูดบ่อย ครีมทาหัวนมดี ๆ สักหลอดจึงเป็นของที่คุณแม่ให้นมหลายคนพกติดกระเป๋าไว้ Mama’s Choice Intensive Nipple Cream ครีมทาหัวนม ช่วยบำรุงผิวหัวนมที่แห้งให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น ด้วยสารสกัดอินทผลัมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันมะพร้าวที่เติมความชุ่มชื้น และเชียบัตเตอร์ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ทาทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องล้างออก คุณแม่จึงใช้ระหว่างวันได้สะดวกแม้ต้องให้นมบ่อย ไม่มีพาราเบน พทาเลต ไตรโคลซาน SLS และแอลกอฮอล์ในสูตร ไม่ใส่น้ำหอมสังเคราะห์ ได้รับการรับรองฮาลาล หลอดขนาด 15 มล. ทาวันละนิดใช้ได้ราว 1 เดือน จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6900013206

ถ้าหัวนมแตก เป็นแผล มีเลือดออก หรือเจ็บมากจนให้นมไม่ไหว ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกนมแม่ เพราะอาการเหล่านี้มักเกี่ยวกับท่าให้นมหรือการเข้าเต้า ซึ่งแก้ได้ตรงจุดเมื่อมีคนช่วยดูนะคะ

ที่ Mama’s Choice เราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นการตัดสินใจของแต่ละครอบครัว เราอยากช่วยให้คุณแม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองและลูกน้อย

Intensive Nipple Cream ครีมทาหัวนม Mama’s Choice

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นมอัลมอนด์กับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นม

Power Pumping คืออะไร และเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าอย่างไร

เพศสัมพันธ์หลังคลอด เริ่มได้เมื่อไหร่ และท่าไหนสบายตัว

ทำไมปริมาณน้ำนมของคุณแม่แต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

ครีมทาหัวนมต้องเป็นลาโนลินบริสุทธิ์ 100% หรือไม่

แชร์บทความนี้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

อ่านต่อ