ข้ามไปที่เนื้อหา

ซื้อได้ที่ร้านทางการของเราบน Shopee หรือ ณ จุดจำหน่ายทั่วประเทศไทย

Mama's Choice

กลิ่นปากของคนท้อง เกิดจากอะไร 5 สาเหตุและวิธีดูแล

กลิ่นปากของคนท้องเกิดจากอะไร รู้จักภาวะ Halitosis วิธีเช็กว่ามีกลิ่นปากไหม และ 5 สาเหตุหลักพร้อมวิธีดูแล ตั้งแต่เศษอาหารตกค้าง เหงือกอักเสบ ไปจนถึงปากแห้ง

เขียนโดย ทีม Mama's Choiceบทความนี้ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากบุคลากรทางการแพทย์เผยแพร่ อัปเดต 1 นาที
กลิ่นปากของคนท้อง เกิดจากอะไร 5 สาเหตุและวิธีดูแล

กลิ่นปากเกิดได้กับทุกคน แต่คุณแม่หลายคนรู้สึกว่าช่วงตั้งครรภ์มีปัญหานี้บ่อยขึ้น สาเหตุมีหลายอย่าง และส่วนใหญ่ดูแลได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์

ภาวะกลิ่นปาก (Halitosis) คืออะไร

Halitosis คือภาวะที่มีกลิ่นปาก เกิดจากแบคทีเรียในช่องปากย่อยสลายเศษอาหารและเซลล์ที่หลุดลอก แล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นออกมา แบคทีเรียมักสะสมที่ลิ้น เหงือก และซอกฟัน คนที่มีกลิ่นปากมักมีปากแห้ง รู้สึกเปรี้ยวหรือมีรสแปลก ๆ ในปาก และมีฝ้าขาวบนลิ้น

แหล่งสะสมหลักคือผิวด้านบนของลิ้น โดยเฉพาะส่วนโคนลิ้น ผิวลิ้นมีร่องและปุ่มเล็ก ๆ จำนวนมาก น้ำลายชะล้างได้ไม่ทั่ว ออกซิเจนน้อย แบคทีเรียจึงเติบโตได้ดี

กลิ่นปากส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ทำให้คุณแม่ไม่สบายใจและไม่มั่นใจเวลาพูดคุยกับคนอื่น ที่สำคัญ คนที่มีกลิ่นปากมักไม่รู้ตัว

เช็กอย่างไรว่ามีกลิ่นปาก

  • ขอให้คนใกล้ตัวที่ไว้ใจช่วยบอก

  • ใช้ช้อนพลาสติกเล็ก ๆ ขูดผิวด้านบนของลิ้นเบา ๆ หรือใช้ไหมขัดฟันชนิดไม่เคลือบขี้ผึ้งลากผ่านซอกฟันด้านใน แล้วดมกลิ่น

  • เลียหลังข้อมือ รอให้น้ำลายแห้ง แล้วลองดม ถ้ากลิ่นแรงมาก ก็อาจมีกลิ่นปาก

  • ถ้ายังไม่แน่ใจ ปรึกษาทันตแพทย์ได้

ทำไมคนท้องจึงมีกลิ่นปากได้ง่ายขึ้น

ระหว่างตั้งครรภ์ ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นทำให้เหงือกตอบสนองต่อคราบจุลินทรีย์มากขึ้น เหงือกจึงบวมแดงและมีเลือดออกง่าย เรียกว่าเหงือกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นปากได้ คุณแม่ที่แพ้ท้องและอาเจียนบ่อยก็มีกรดจากกระเพาะขึ้นมาในปาก บางคนกินจุบจิบบ่อยขึ้น หรือรู้สึกพะอืดพะอมจนแปรงฟันได้ไม่ทั่ว ทั้งหมดนี้ทำให้แบคทีเรียสะสมได้ง่ายขึ้น

การดูแลกลิ่นปากจึงต้องเริ่มจากหาต้นเหตุ สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

สาเหตุของกลิ่นปากและวิธีดูแล

1. เศษอาหารตกค้าง

กลิ่นปากส่วนใหญ่มีต้นเหตุจากในช่องปาก โดยเฉพาะเศษอาหารที่ค้างอยู่นานจนกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย อาหารบางอย่างก็มีกลิ่นแรงหรือทิ้งคราบไว้ในปาก เช่น เครื่องเทศ หัวหอม กระเทียม สะตอ ปลาร้า ทุเรียน นม ชีส ปลา กาแฟ และน้ำอัดลม ซึ่งทำให้กลิ่นปากชัดขึ้น

วิธีดูแล:

แปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และแปรงลิ้นทุกครั้งหลังแปรงฟัน เพื่อลดแบคทีเรียที่สะสมบนลิ้น

เรื่องยาสีฟัน ทันตแพทย์ส่วนใหญ่ยังแนะนำยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในปริมาณมาตรฐานสำหรับคนท้อง เพราะช่วยลดความเสี่ยงฟันผุ ขณะที่มีงานวิจัยที่ศึกษาผลของการได้รับฟลูออไรด์ปริมาณสูงระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากน้ำดื่ม คุณแม่บางคนจึงเลือกใช้ยาสีฟันสูตรไม่มีฟลูออไรด์ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง ถามทันตแพทย์ตอนไปตรวจฟันได้เลย

สำหรับคุณแม่ที่เลือกสูตรไม่มีฟลูออไรด์ Mama’s Choice Non-Fluoride Toothpaste คือยาสีฟันที่เราพัฒนามาสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมโดยเฉพาะ ทำความสะอาดฟันและช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น มีมิสวาก (ไม้ถูฟัน) มินต์ และคลอโรฟิลล์ที่ช่วยระงับกลิ่นปาก สูตรไม่มีฟลูออไรด์ ไม่มี SLS พาราเบน และแอลกอฮอล์ ไม่ปรุงแต่งสีและรส ได้รับการรับรองฮาลาล และจดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6700033454

การแปรงฟันอย่างเดียวอาจเข้าไม่ถึงทุกซอก การใช้ไหมขัดฟันและบ้วนปากช่วยทำความสะอาดได้ทั่วถึงขึ้น ถ้าคุณแม่มองหาน้ำยาบ้วนปาก น้ำยาบ้วนปากของ Mama’s Choice เป็นสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ เหมาะกับคุณแม่ที่ไม่ชอบความแสบซ่า ช่วยทำความสะอาดช่องปากและให้ลมหายใจหอมสดชื่น ใช้คู่กับยาสีฟันตัวเดียวกันได้ทั้งเช้าและก่อนนอน

2. ปัญหาเหงือกและฟัน

ฟันผุเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก ยิ่งผุเป็นรูลึก เศษอาหารก็ยิ่งค้างได้มาก เหงือกอักเสบจากคราบจุลินทรีย์และหินปูนสะสม ซึ่งพบบ่อยขึ้นช่วงตั้งครรภ์ ก็ทำให้มีกลิ่นปากเช่นกัน ถ้าปล่อยไว้ เหงือกอักเสบอาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งทำให้กลิ่นปากรุนแรงขึ้นและส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่

วิธีดูแล:

แปรงฟันหลังอาหาร หรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที ใช้ไหมขัดฟันวันละครั้ง และใช้ที่ขูดลิ้นหรือแปรงลิ้นเบา ๆ ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและขูดหินปูน ซึ่งทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงแจ้งว่ากำลังตั้งครรภ์

ถ้าคุณแม่อยากใช้ยาสีฟันสูตรไม่มีฟลูออไรด์ หรือน้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ ก็เลือกใช้ได้ตามความถนัด น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์จะไม่ทำให้ปากแห้งเพิ่ม

3. การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

บุหรี่ทำให้ปากแห้ง สารจากควันบุหรี่เกาะติดฟัน เหงือก และกระพุ้งแก้ม ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นบุหรี่ และทำให้เยื่อบุช่องปากระคายเคืองและอักเสบ

แอลกอฮอล์ทำให้ปากแห้ง เพิ่มความเสี่ยงโรคเหงือก และกระตุ้นกรดไหลย้อน ซึ่งทำให้กรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอและลมหายใจมีกลิ่น

วิธีดูแล:

ระหว่างตั้งครรภ์ควรงดบุหรี่และแอลกอฮอล์ทุกชนิดอยู่แล้ว เพราะส่งผลต่อลูกในครรภ์โดยตรง การงดยังช่วยลดกลิ่นปากด้วย ถ้าเลิกเองได้ยาก คุณหมอที่ฝากครรภ์ช่วยได้

การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

4. ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

โรคบางชนิดทำให้มีกลิ่นปากได้ เช่น โรคทางเดินหายใจอย่างไข้หวัด ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ และต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งมีน้ำมูกหรือเสมหะไหลลงคอ หรือมีเศษอาหารติดในร่องทอนซิล และโรคทางเดินอาหารอย่างกรดไหลย้อน ซึ่งพบบ่อยขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ท้องอืด เรอมีกลิ่น และท้องผูกก็ทำให้รู้สึกว่ามีกลิ่นปากได้เช่นกัน

วิธีดูแล:

ถ้ามีกลิ่นปากเรื้อรังแม้ดูแลช่องปากดีแล้ว ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และถ้ามีโรคอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาโรคนั้นควบคู่กับการดูแลช่องปาก

ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

5. ปากแห้ง

ปากแห้งและน้ำลายน้อยมักเกิดจากดื่มน้ำไม่พอ เมื่อน้ำลายน้อยลง การชะล้างแบคทีเรียในปากก็ลดลง กลิ่นปากจึงเกิดง่ายขึ้น น้ำลายยังลดลงเองตามธรรมชาติในบางช่วง เช่น ขณะนอนหลับ ตอนหิว หรือตอนเครียด ทุกคนจึงมักมีกลิ่นปากตอนตื่นนอน คนที่ต้องพูดมาก ๆ ทั้งวัน เช่น ครู ก็ปากแห้งได้ง่าย

วิธีดูแล:

อย่าปล่อยให้ปากแห้งนาน จิบน้ำบ่อย ๆ ให้ได้ราว 8 แก้วต่อวัน น้ำช่วยชะล้างเศษอาหารและคราบในปากและลำคอ และช่วยให้ปากชุ่มชื้น การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำเปล่าหลังอาหาร และการเคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล ก็ช่วยให้ปากสดชื่นขึ้น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ยาสีฟันสำหรับคนท้อง ตั้งครรภ์แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนไหม

เหงือกเลือดออกตอนท้อง เกิดจากอะไร และดูแลอย่างไร แพ้ท้องน้ำลายไหลมากผิดปกติ เกิดจากอะไร และวิธีรับมือ

อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร และรับมืออย่างไร

ปวดหัวระหว่างตั้งครรภ์ 4 แบบ และวิธีดูแลตัวเอง

แชร์บทความนี้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

อ่านต่อ