น้ำยาบ้วนปากสำหรับคนท้อง เลือกอย่างไร ดูอะไรบนฉลาก
คนท้องใช้น้ำยาบ้วนปากได้ไหม แอลกอฮอล์ ฟลูออไรด์ CPC และคลอร์เฮกซิดีนต่างกันตรงไหน อ่านฉลากอย่างไร และเมื่อไรที่การแปรงฟันให้ดีก็เพียงพอแล้ว

ใช้ได้ค่ะ และคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้ ขอเพียงเลือกสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อ่านส่วนผสมบรรทัดแรก ๆ บนฉลากให้เป็น และใช้เสริมจากการแปรงฟันวันละสองครั้ง หากเหงือกบวมหรือเลือดออกบ่อย ให้ทันตแพทย์เป็นคนเลือกสูตรให้ เพราะน้ำยาบางชนิดเหมาะกับการใช้ระยะสั้นเท่านั้น
คนท้องใช้น้ำยาบ้วนปากได้ไหม และจำเป็นแค่ไหน
ตามคำแนะนำของ ACOG (ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา) การดูแลช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลครรภ์ที่ดี และน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์อยู่ในรายการสิ่งที่ทำได้ สิ่งที่ ACOG ให้น้ำหนักมากกว่าคือการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละสองครั้ง และการใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
ADA (สมาคมทันตแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา) อธิบายไว้ตรงกันว่า น้ำยาบ้วนปากใช้ทดแทนการแปรงฟันและไหมขัดฟันไม่ได้ น้ำยาบ้วนปากมีไว้เข้าถึงซอกที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง ลดจำนวนแบคทีเรียชั่วคราว และทำให้ลมหายใจสดชื่น ถ้าคุณแม่แปรงฟันได้ดีอยู่แล้วและเหงือกไม่มีปัญหา จะไม่ใช้เลยก็ไม่เสียหาย
คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อจึงมีข้อเดียว คุณแม่อยากให้น้ำยาบ้วนปากช่วยเรื่องอะไร กลิ่นปากช่วงแพ้ท้อง เหงือกอักเสบ หรือป้องกันฟันผุ เพราะคำตอบแต่ละข้อชี้ไปที่ส่วนผสมคนละตัว
ทำไมช่องปากตอนท้องถึงต้องการการดูแลมากขึ้น
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนที่สูงขึ้นทำให้เหงือกตอบสนองต่อคราบจุลินทรีย์แรงกว่าปกติ เหงือกจึงบวม แดง และเลือดออกง่ายเวลาแปรงฟัน ตามข้อมูลของ CDC คุณแม่ตั้งครรภ์ราว 60 ถึง 75% มีภาวะเหงือกอักเสบ และมักเริ่มชัดในไตรมาสที่สอง
อาการแพ้ท้องซ้ำเติมเรื่องนี้ กรดจากกระเพาะที่ขึ้นมาถึงปากกัดกร่อนเคลือบฟัน การกินจุบจิบเพื่อกันคลื่นไส้ทำให้ฟันสัมผัสน้ำตาลบ่อยขึ้น และคุณแม่หลายคนแปรงฟันได้สั้นลง เพราะพอแปรงเข้าไปลึกก็อยากอาเจียน
ผลคือช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ฟันผุและเหงือกอักเสบเกิดง่ายกว่าปกติ น้ำยาบ้วนปากที่เลือกถูกชนิดช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้บ้าง แต่ไม่มีขวดไหนแก้ปัญหาที่เกิดจากการแปรงฟันไม่ถึง อ่านเรื่องสาเหตุและวิธีดูแลโดยละเอียดได้ในบทความเหงือกเลือดออกตอนท้อง
แอลกอฮอล์ในน้ำยาบ้วนปาก ปัญหาอยู่ตรงไหน
น้ำยาบ้วนปากหลายสูตรใช้เอทานอลเป็นตัวทำละลายของน้ำมันหอมระเหยและเป็นสารกันเสีย คุณแม่จะรู้ได้จากความรู้สึกแสบร้อนตอนกลั้ว และจากคำว่า Alcohol หรือ Ethanol ที่มักอยู่ลำดับต้น ๆ ของรายการส่วนผสม
ในทางปฏิบัติ น้ำยาบ้วนปากถูกบ้วนทิ้ง ปริมาณที่ร่างกายได้รับจากการกลั้ว 30 วินาทีจึงน้อยมาก CDC ระบุว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มได้อย่างปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จำนวนมากจึงเลือกตัดคำถามนี้ทิ้งไปเลยด้วยการใช้สูตรไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
เหตุผลที่จับต้องได้มากกว่ามีอีกสองข้อ ข้อแรก แอลกอฮอล์ทำให้ปากแห้ง และปากแห้งทำให้กลิ่นปากกลับมาเร็วขึ้น ตรงข้ามกับสิ่งที่คุณแม่ต้องการ ข้อสอง ความแสบร้อนและกลิ่นฉุนเป็นตัวกระตุ้นอาการคลื่นไส้ในไตรมาสแรกที่คุณแม่หลายคนเล่าตรงกัน
ตามข้อมูลของ ADA สิ่งที่ลดคราบจุลินทรีย์คือสารออกฤทธิ์ในน้ำยา แอลกอฮอล์ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวทำละลาย ความแสบจึงบอกอะไรไม่ได้เลยว่าน้ำยากำลังทำงานอยู่หรือเปล่า
ฟลูออไรด์ CPC คลอร์เฮกซิดีน ต่างกันอย่างไร
ส่วนผสมออกฤทธิ์ในน้ำยาบ้วนปากที่วางขายทั่วไปมีไม่กี่กลุ่ม ตารางนี้สรุปว่าแต่ละตัวช่วยเรื่องอะไรและมีข้อควรระวังตรงไหน โดยอิงจากข้อมูลของ ADA
| ส่วนผสมบนฉลาก | ช่วยเรื่อง | ข้อควรรู้สำหรับคุณแม่ |
|---|---|---|
| Sodium fluoride 0.05% | ป้องกันฟันผุ เสริมความแข็งแรงของเคลือบฟัน | ใช้วันละครั้ง คนละเวลากับการแปรงฟัน บ้วนทิ้งเสมอ |
| Cetylpyridinium chloride (CPC) | ลดคราบจุลินทรีย์ เหงือกอักเสบ และกลิ่นปาก | ใช้ต่อเนื่องนานอาจเกิดคราบสีบนฟันในบางคน |
| น้ำมันหอมระเหย (eucalyptol, menthol, thymol) | ลดคราบจุลินทรีย์และเหงือกอักเสบ | สูตรดั้งเดิมมักมีแอลกอฮอล์ มองหาเวอร์ชันที่เขียนว่า alcohol-free |
| Chlorhexidine 0.12% | เหงือกอักเสบระดับที่ทันตแพทย์ต้องดูแล | ใช้ระยะสั้นตามแพทย์สั่ง ทำให้ฟันติดสีและรับรสเปลี่ยน |
| Xylitol | ลดแบคทีเรียก่อฟันผุ | ไม่มีข้อห้ามเฉพาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ |
| Hydrogen peroxide | ฟอกสีฟัน | ไม่มีความจำเป็นในช่วงนี้ ถามทันตแพทย์ก่อนใช้ |
เรื่องฟลูออไรด์เป็นเรื่องที่คุณแม่ไทยกังวลมากที่สุด ทั้ง ACOG และ CDC แนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติ ฟลูออไรด์ที่ใช้เฉพาะที่แล้วบ้วนทิ้งต่างจากการกลืนเข้าไป หากคุณแม่เลือกเลี่ยงเพราะสบายใจกว่า นั่นเป็นสิทธิ์ของคุณแม่ แต่ควรบอกทันตแพทย์ไว้ เพื่อให้เขาประเมินความเสี่ยงฟันผุและชดเชยด้วยวิธีอื่นได้
CPC เป็นตัวเลือกพื้นฐานที่ดีสำหรับคุณแม่ที่เหงือกบวมง่าย เพราะสูตรไม่มีแอลกอฮอล์หาได้ทั่วไป และมักระคายเคืองน้อยกว่าสูตรที่มีแอลกอฮอล์ ส่วนคลอร์เฮกซิดีนเป็นน้ำยาที่แรงกว่า ทันตแพทย์มักจ่ายให้ในกรณีเหงือกอักเสบชัดเจน และกำหนดระยะเวลาใช้ไว้สั้น ๆ คุณแม่ไม่ควรซื้อมาใช้เองต่อเนื่อง
ไซลิทอลน่าสนใจสำหรับคุณแม่เป็นพิเศษ AAPD (สมาคมทันตแพทย์เด็กแห่งสหรัฐอเมริกา) ระบุว่าการที่คุณแม่ใช้ไซลิทอลเป็นประจำอาจช่วยลดการส่งต่อเชื้อก่อฟันผุจากแม่สู่ลูกได้
อ่านฉลากน้ำยาบ้วนปากอย่างไรก่อนหยิบใส่ตะกร้า
ใช้เวลาหน้าชั้นวางไม่ถึงนาที ถ้ารู้ว่าจะมองหาอะไร
- ดูบรรทัดแรก ๆ ของรายการส่วนผสม ส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อย ถ้า Alcohol หรือ Ethanol อยู่อันดับสองหรือสามรองจากน้ำ แปลว่ามีอยู่มาก
- หาสารออกฤทธิ์ให้เจอ เทียบกับตารางด้านบน ถ้าไม่มีสักตัว ขวดนั้นเป็นน้ำยาดับกลิ่นชั่วคราว ไม่ผิดอะไร แค่รู้ว่ากำลังซื้ออะไร
- อย่าสับสนกับ benzyl alcohol ชื่อนี้เป็นสารกันเสียในปริมาณน้อย คนละอย่างกับเอทานอลที่ทำให้ปากแห้ง สูตรที่เขียนว่า alcohol-free แล้วมี benzyl alcohol อยู่ท้ายรายการจึงไม่ได้โกหก
- ดูเลขที่ใบรับจดแจ้งของ อย. น้ำยาบ้วนปากทั่วไปจัดเป็นเครื่องสำอาง ฉลากภาษาไทยต้องแสดงชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ส่วนผสม วันผลิต และเลขที่ใบรับจดแจ้ง ถ้าไม่มี ให้วางคืน
- เลือกรสที่อ่อน มินต์เข้มและกลิ่นยูคาลิปตัสแรง ๆ กระตุ้นอาการคลื่นไส้ได้ ขวดเล็กสำหรับทดลองก่อนคุ้มกว่าขวดใหญ่ที่ใช้ไม่ลง
ใช้อย่างไรให้ได้ผล และช่วงแพ้ท้องควรทำอย่างไร
ลำดับที่ NHS แนะนำต่างจากที่หลายบ้านทำอยู่เล็กน้อย แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์สองนาที บ้วนฟองทิ้งแล้วไม่ต้องกลั้วน้ำตาม เพื่อให้ฟลูออไรด์เคลือบฟันอยู่ได้นาน ส่วนน้ำยาบ้วนปากให้ใช้คนละเวลา เช่น หลังอาหารกลางวัน เพราะถ้าใช้ทันทีหลังแปรงจะชะล้างฟลูออไรด์เข้มข้นจากยาสีฟันออกไป
ตอนใช้ ให้กลั้วตามเวลาที่ฉลากระบุ มักอยู่ที่ 30 วินาทีถึงหนึ่งนาที บ้วนทิ้ง และงดกินดื่มราว 30 นาทีหลังจากนั้น ห้ามกลืน
ช่วงที่แพ้ท้องมาก ขั้นตอนหลังอาเจียนสำคัญกว่าตัวน้ำยาเสียอีก ACOG แนะนำให้บ้วนปากด้วยน้ำผสมเบกกิ้งโซดาหนึ่งช้อนชาต่อน้ำหนึ่งแก้ว เพื่อปรับสภาพกรดในปาก และ NHS แนะนำให้รอประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนแปรงฟัน เพราะเคลือบฟันที่เพิ่งโดนกรดจะอ่อนตัวและสึกง่ายถ้าถูกขนแปรงทันที น้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ใช้ในช่วงรอนี้ได้ ส่วนสูตรที่มีแอลกอฮอล์จะแสบมากเป็นพิเศษบนเนื้อเยื่อที่เพิ่งโดนกรด
ถ้าไม่อยากใช้น้ำยาบ้วนปากเลย ทำอะไรแทนได้
บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหลังอาหารทุกมื้อช่วยลดเศษอาหารและกรดได้มากกว่าที่คิด ไหมขัดฟันวันละครั้งก่อนนอนเข้าถึงคราบจุลินทรีย์ที่ซอกฟันโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่น้ำยาบ้วนปากทำไม่ได้
ถ้าปัญหาคือแปรงฟันแล้วคลื่นไส้ การเปลี่ยนยาสีฟันมักช่วยได้มากกว่าการเพิ่มน้ำยาบ้วนปาก Non-Fluoride Natural Toothpaste ยาสีฟันของ Mama's Choice ที่เราพัฒนาสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมโดยเฉพาะ รสมินต์อ่อน ๆ ไม่ฉุน ไม่มี SLS ซึ่งเป็นสารทำฟองที่บางคนรู้สึกว่าทำให้พะอืดพะอม มีส่วนผสมของมิสวาก (ไม้ถูฟัน) มินต์ และคลอโรฟิลล์ ช่วยทำความสะอาดฟันและให้ลมหายใจหอมสดชื่น ไม่มีพาราเบน แอลกอฮอล์ และไตรโคลซาน ไม่ปรุงแต่งสี และได้รับการรับรองฮาลาล (จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6700033454) ในแบบสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภคปี 2022 จากผู้ตอบ 62 คน 93% บอกว่ารู้สึกสบายขณะแปรงฟันโดยไม่รู้สึกคลื่นไส้ คุณแม่ที่แปรงฟันทีไรพะอืดพะอมทุกที ลองเปลี่ยนมาใช้หลอดนี้ดูได้
ส่วนเรื่องที่ยาสีฟันนี้ไม่มีฟลูออไรด์ ขอให้มองว่าเป็นทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่สบายใจกว่า หากทันตแพทย์ประเมินว่าคุณแม่เสี่ยงฟันผุสูง ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ยังเป็นคำแนะนำมาตรฐาน อ่านรายละเอียดได้ในยาสีฟันสำหรับคนท้อง จำเป็นต้องเปลี่ยนไหม
หมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลที่มีไซลิทอลหลังมื้ออาหารกระตุ้นน้ำลาย และน้ำลายเป็นตัวช่วยชะล้างเศษอาหารและกรดในปากตามธรรมชาติของร่างกาย สำหรับคุณแม่ที่กังวลเรื่องกลิ่นปากเป็นหลัก บทความเรื่องกลิ่นปากของคนท้องรวบรวมสาเหตุและวิธีจัดการไว้แล้ว
เมื่อไรควรไปพบทันตแพทย์
ACOG ยืนยันว่าการตรวจฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ยาชาเฉพาะที่ และการเอกซเรย์ฟันโดยมีเสื้อตะกั่วกำบัง ทำได้อย่างปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ ไตรมาสที่สองเป็นช่วงที่นั่งเก้าอี้ทำฟันได้สบายที่สุด คุณแม่จึงควรนัดตรวจอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงนี้ แม้ไม่มีอาการ
ให้นัดเร็วขึ้นหากพบอาการต่อไปนี้
- เหงือกเลือดออกทุกครั้งที่แปรงฟันต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ แม้แปรงเบาแล้ว
- มีก้อนนูนสีแดงบนเหงือก มักอยู่ระหว่างฟันหน้า ซึ่งพบได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์และควรให้ทันตแพทย์ดู
- ปวดฟัน เสียวฟันรุนแรง หรือฟันโยก อ่านแนวทางดูแลเบื้องต้นได้ในบทความปวดฟันช่วงตั้งครรภ์
- กลิ่นปากที่ไม่หายแม้แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนปากครบแล้ว
ถ้ายังเลือกไม่ถูก สูตรที่เหมาะกับคุณแม่คือสูตรที่ทันตแพทย์ช่วยเลือกให้หลังได้ตรวจช่องปากของคุณแม่จริง
คำถามที่พบบ่อย
- คนท้องใช้น้ำยาบ้วนปากได้ไหม
- ใช้ได้ ACOG จัดให้การดูแลช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการฝากครรภ์ที่ดี น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ใช้ได้ตลอดการตั้งครรภ์ แต่ควรใช้เสริมจากการแปรงฟันวันละสองครั้งและไหมขัดฟัน ไม่ใช่ใช้แทน
- น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์อันตรายต่อลูกในครรภ์หรือไม่
- ปริมาณที่ร่างกายได้รับจากการกลั้วแล้วบ้วนทิ้งน้อยมาก ปัญหาที่เจอจริงคือปากแห้ง แสบ และกลิ่นฉุนที่กระตุ้นอาการคลื่นไส้ สูตรไม่มีแอลกอฮอล์ตัดปัญหาเหล่านี้ได้โดยไม่เสียประสิทธิภาพ เพราะสารที่ลดคราบจุลินทรีย์คือสารออกฤทธิ์ ไม่ใช่แอลกอฮอล์
- คนท้องควรเลี่ยงฟลูออไรด์ในน้ำยาบ้วนปากไหม
- ไม่จำเป็น ACOG และ CDC แนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และฟลูออไรด์ชนิดใช้เฉพาะที่แล้วบ้วนทิ้งไม่ได้สะสมเหมือนการกลืน หากคุณแม่สบายใจกว่าที่จะเลี่ยงก็ทำได้ แต่ควรบอกทันตแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงฟันผุ
- แพ้ท้องแล้วอาเจียน ควรบ้วนปากหรือแปรงฟันทันทีไหม
- บ้วนปากทันทีด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำผสมเบกกิ้งโซดาหนึ่งช้อนชาต่อน้ำหนึ่งแก้วตามคำแนะนำของ ACOG แล้วรอประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนแปรงฟัน เพราะเคลือบฟันที่เพิ่งโดนกรดจะอ่อนตัวและสึกง่ายถ้าถูกแปรงทันที
- คลอร์เฮกซิดีนใช้ตอนท้องได้ไหม
- ใช้ได้เมื่อทันตแพทย์สั่ง และใช้ระยะสั้นตามที่กำหนด คลอร์เฮกซิดีนทำให้ฟันติดสีและการรับรสเปลี่ยนหากใช้ต่อเนื่อง จึงไม่ใช่น้ำยาสำหรับใช้ทุกวันระยะยาว
แหล่งที่มา
- ACOG, Committee Opinion No. 569: Oral Health Care During Pregnancy and Through the Lifespan
- CDC, Pregnancy and Oral Health
- CDC, Alcohol Use During Pregnancy
- NHS, Teeth and gums in pregnancy
- NHS, How to keep your teeth clean
- ADA, Oral Health Topics: Mouthrinse (Mouthwash)
- AAPD, Policy on the Use of Xylitol
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอาง
- Mama's Choice, แบบสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภค 2022, n=62 (Non-Fluoride Natural Toothpaste)
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

