ข้ามไปที่เนื้อหา

ซื้อได้ที่ร้านทางการของเราบน Shopee หรือ ณ จุดจำหน่ายทั่วประเทศไทย

Mama's Choice

ยาสีฟันเด็ก ต้องมีฟลูออไรด์หรือไม่ คุณแม่ควรเลือกแบบไหน

ลูกยังบ้วนปากไม่เป็น ยาสีฟันบางส่วนจึงถูกกลืนลงไป มาทำความเข้าใจเรื่องฟลูออไรด์ ทางเลือกแบบไม่มีฟลูออไรด์ และปริมาณยาสีฟันที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย

เขียนโดย ทีม Mama's Choiceบทความนี้ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากบุคลากรทางการแพทย์เผยแพร่ 1 นาที
คุณแม่แปรงฟันให้ลูกวัยเตาะแตะหน้าอ่างล้างหน้า

คำถามนี้ชวนสับสน เพราะแต่ละแหล่งตอบไม่ตรงกัน และแต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเอง

ประเด็นหลักเรียบง่าย ลูกเล็กยังบ้วนทิ้งไม่เป็น ยาสีฟันที่เข้าปากจึงถูกกลืนลงไปบางส่วน คำถามที่แท้จริงคือ ใช้แบบไหนและปริมาณเท่าไรจึงเหมาะกับเด็กที่ยังกลืนยาสีฟันทุกวัน

ทำไมฟลูออไรด์จึงเป็นประเด็นถกเถียง

ฟลูออไรด์มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยป้องกันฟันผุ ข้อนี้ทันตแพทย์เห็นตรงกัน NHS ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงของบทความนี้ก็แนะนำให้ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น

สิ่งที่ถกเถียงกันคือ ปริมาณที่ถูกกลืน ในเด็กที่ยังบ้วนปากไม่เป็น การได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปในช่วงที่ฟันแท้กำลังสร้างตัวอาจทำให้เกิด ฟลูออโรซิส คือจุดขาวหรือเส้นขาวบนผิวเคลือบฟัน แบบไม่รุนแรงมีผลแค่ด้านความสวยงาม แต่จะติดอยู่ถาวร

คำแนะนำของหน่วยงานด้านสุขภาพจึงเน้นที่ ปริมาณ มากกว่าการห้ามใช้

ปริมาณที่แนะนำโดยทั่วไป

อายุปริมาณ
ต่ำกว่า 3 ปีเท่าเมล็ดข้าวสาร
3 ปีขึ้นไปเท่าเม็ดถั่วลันเตา

ปริมาณนี้ใช้ได้กับยาสีฟันทั้งสองแบบ ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ บีบมากเกินไป จนเต็มหน้าขนแปรงเหมือนในโฆษณา

ทางเลือกที่ไม่มีฟลูออไรด์

ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Hydroxyapatite) คือแร่ธาตุแคลเซียมฟอสเฟตชนิดเดียวกับที่เป็นองค์ประกอบหลักของเคลือบฟัน มีการใช้ในยาสีฟันบางสูตร และมีงานวิจัยที่ศึกษาบทบาทของสารนี้ต่อผิวเคลือบฟัน แต่หลักฐานยังไม่มากเท่าฟลูออไรด์

ไซลิทอล (Xylitol) คือสารให้ความหวานที่แบคทีเรียในช่องปากนำไปใช้สร้างกรดไม่ได้เหมือนน้ำตาล จึงไม่ก่อให้เกิดฟันผุ

ยาสีฟันเด็กแบบไม่มีฟลูออไรด์หลายยี่ห้อใช้สองส่วนผสมนี้เป็นหลัก

แล้วควรเลือกแบบไหน

คำตอบตรง ๆ คือ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงฟันผุของลูก และคนที่ประเมินเรื่องนี้ได้ดีคือทันตแพทย์

ยาสีฟัน ไม่มีฟลูออไรด์ อาจเป็นทางเลือก ถ้า

  • ลูกยังบ้วนปากและบ้วนทิ้งไม่ได้เลย
  • ลูกมีแนวโน้มกลืนยาสีฟัน
  • คุณแม่อยากลดปริมาณฟลูออไรด์ที่ลูกได้รับโดยรวม เช่น น้ำดื่มในพื้นที่มีฟลูออไรด์อยู่แล้ว

ยาสีฟัน ผสมฟลูออไรด์ เหมาะกว่า ถ้า

  • ลูกเคยมีฟันผุมาก่อน
  • ทันตแพทย์ประเมินว่าลูกมีความเสี่ยงฟันผุสูง
  • ลูกบ้วนทิ้งได้ดีแล้ว

สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกชนิดยาสีฟัน

เรื่องต่อไปนี้มีผลต่อฟันลูกมากกว่าการเลือกว่ามีหรือไม่มีฟลูออไรด์

แปรงฟันวันละสองครั้ง อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงก่อนนอน

ทำความสะอาดฟันหลังกินนม โดยเฉพาะถ้าลูกหลับคาขวดนม

เริ่มแปรงตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น ก่อนหน้านั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเหงือก

ยาสีฟันดีแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไม่ได้แปรงจริง

สิ่งอื่นที่ควรดูบนฉลาก

นอกจากเรื่องฟลูออไรด์ ลองอ่านฉลากยาสีฟันของลูกด้วยว่า

  • ไม่มี SLS ซึ่งอาจทำให้ช่องปากที่บอบบางระคายเคืองได้
  • ไม่มีไตรโคลซาน
  • ไม่มีสีสังเคราะห์และสารให้ความหวานสังเคราะห์ ถ้าคุณแม่อยากหลีกเลี่ยง
  • ระบุปริมาณที่ใช้และอายุที่เหมาะสม และให้ผู้ใหญ่ดูแลขณะลูกแปรงฟันเสมอ
  • มีเลขที่จดแจ้ง อย. ซึ่งตรวจสอบได้ การจดแจ้งเป็นการแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่การรับรองความปลอดภัย

รสชาติก็สำคัญ เด็กที่ไม่ชอบรสยาสีฟันจะไม่อยากแปรงฟัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่กว่าการเลือกส่วนผสมหลักตัวใดตัวหนึ่ง

เมื่อไรควรพาลูกไปหาหมอฟัน

ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อฟันซี่แรกขึ้น หรืออย่างช้าเมื่ออายุครบ 1 ขวบ ทันตแพทย์จะประเมินความเสี่ยงฟันผุและให้คำแนะนำที่เหมาะกับลูกโดยเฉพาะ ซึ่งมีประโยชน์กว่ากฎทั่วไปมาก

ปริมาณยาสีฟันตามช่วงวัย

ถ้าคุณแม่เลือกยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ สิ่งที่ต้องใส่ใจคือปริมาณ

ต่ำกว่า 3 ปี ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร แค่ป้ายบาง ๆ บนขนแปรง

อายุ 3–6 ปี ขนาดเท่าเม็ดถั่วลันเตา

อายุมากกว่า 6 ปี เมื่อลูกบ้วนทิ้งได้ดีแล้ว ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือของทันตแพทย์

ความผิดพลาดที่พบบ่อยยังคงเป็นการบีบยาสีฟันมากเกินไป

ถ้าเลือกแบบไม่มีฟลูออไรด์

เป็นทางเลือกที่ครอบครัวหนึ่งอาจตัดสินใจได้ โดยเฉพาะกับทารกที่ยังบ้วนทิ้งไม่ได้เลย หรือในพื้นที่ที่น้ำดื่มมีฟลูออไรด์สูงอยู่แล้ว

ถ้าคุณแม่เลือกทางนี้ Baby & Kids Toothpaste ของ Mama's Choice เป็นยาสีฟันเด็กสูตรไม่มีฟลูออไรด์ ใช้ไซลิทอลซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ไม่ก่อให้เกิดฟันผุ ทำความสะอาดฟันและเหงือกพร้อมให้ลมหายใจสดชื่น ฉลากระบุให้ใช้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน มีรสสตรอว์เบอร์รี ส้ม และบับเบิลกัมให้ลูกเลือก จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6900012484

สิ่งที่ต้องดูแลเพิ่มคือ

ลดความถี่ของการกินของหวาน ไม่ใช่แค่ปริมาณ หลังกินของหวานแต่ละครั้ง ช่องปากจะเป็นกรดอยู่ช่วงหนึ่ง โดยทั่วไปราว 20–30 นาที การกินขนมหวานจุบจิบทั้งวันจึงทำร้ายฟันมากกว่ากินครั้งเดียว

อย่าปล่อยให้ลูกหลับคาขวดนม เป็นสาเหตุฟันผุในเด็กเล็กที่พบบ่อยและเลี่ยงได้

ทำความสะอาดเหงือกตั้งแต่ก่อนฟันขึ้น ด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หรือแปรงสวมนิ้ว

พาไปตรวจฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ ราวขวบปีแรกหรือเมื่อฟันซี่แรกขึ้น และบอกทันตแพทย์ว่าลูกใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ ทันตแพทย์จะได้ประเมินความเสี่ยงและแนะนำวิธีป้องกันอื่นถ้าจำเป็น

แปรงฟันให้เด็กเล็กแบบไม่ต้องต่อสู้กัน

การแปรงฟันให้เด็กวัยเตาะแตะแทบเป็นการต่อรองทุกครั้ง สิ่งที่ช่วยได้มีดังนี้

  • แปรงจากด้านหลัง ให้ลูกเอนศีรษะพิงตักหรืออกคุณแม่ จะมองเห็นฟันชัดและมือนิ่งกว่า
  • วันละสองครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน ขณะหลับน้ำลายผลิตน้อยลง ฟันจึงเสี่ยงต่อการผุมากขึ้นในช่วงนั้น
  • ให้ลูกถือแปรงอีกอันไว้ ระหว่างที่คุณแม่แปรงให้ด้วยแปรงของคุณแม่
  • ไม่ต้องบ้วนน้ำตามหลายรอบ ถ้าใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แค่ให้ลูกบ้วนยาสีฟันทิ้ง ฟลูออไรด์จะได้อยู่บนผิวฟันนานขึ้น

สรุป

สิ่งที่มีผลมากคือปริมาณยาสีฟันที่ใช้ ความถี่ของการกินของหวาน และลูกได้แปรงฟันวันละสองครั้งจริงหรือไม่ การเลือกว่ามีหรือไม่มีฟลูออไรด์เป็นเรื่องรองลงมา

หมายเหตุสำคัญ ยาสีฟันสองแบบนี้ ป้องกันฟันผุได้ไม่เท่ากัน ฟลูออไรด์มีหลักฐานด้านการป้องกันฟันผุหนักแน่นกว่ามาก สูตรไม่มีฟลูออไรด์เป็นทางเลือกสำหรับเด็กที่ยังบ้วนทิ้งไม่ได้ ถ้าลูกมีความเสี่ยงฟันผุสูง เช่น เคยผุ กินขนมหวานบ่อย หรือมีประวัติในครอบครัว ควรคุยกับทันตแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ฟลูออโรซิสคืออะไร
ฟลูออโรซิสคือจุดขาวหรือเส้นขาวบนผิวเคลือบฟัน เกิดเมื่อเด็กได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปในช่วงที่ฟันแท้กำลังสร้างตัว แบบไม่รุนแรงมีผลแค่ด้านความสวยงาม ไม่กระทบการใช้งานของฟัน
ยาสีฟันสำหรับเด็กเล็กควรใช้ปริมาณเท่าไร
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ใช้แค่ป้ายบาง ๆ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป ใช้ขนาดเท่าเม็ดถั่วลันเตา ใช้ได้ทั้งกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์และไม่ผสมฟลูออไรด์
ไฮดรอกซีอะพาไทต์คืออะไร
ไฮดรอกซีอะพาไทต์คือแร่ธาตุแคลเซียมฟอสเฟตชนิดเดียวกับที่เป็นองค์ประกอบหลักของเคลือบฟัน มีการนำมาใช้ในยาสีฟันบางสูตร และมีงานวิจัยที่ศึกษาบทบาทของสารนี้ต่อผิวเคลือบฟัน แต่หลักฐานยังน้อยกว่าฟลูออไรด์ ควรปรึกษาทันตแพทย์ว่าเหมาะกับลูกหรือไม่

แหล่งที่มา

แชร์บทความนี้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

อ่านต่อ