วิธีเลือกเสื้อชั้นในให้นมให้พอดีตลอดช่วงให้นมลูก
ขนาดเต้านมเปลี่ยนหลายครั้งตลอดช่วงให้นม รู้วิธีเลือกเสื้อชั้นในให้นมให้พอดี ควรซื้อตอนไหน และต้องมีกี่ตัวถึงจะพอใช้

คุณแม่หลายคนซื้อเสื้อชั้นในให้นมไว้ตอนท้องใกล้คลอด แล้วพอผ่านไปไม่ถึงสองเดือน ตัวเดิมก็ใส่ไม่สบายเหมือนเดิมอีกแล้ว
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าคุณแม่เลือกผิด ขนาดเต้านมเปลี่ยนหลายครั้งตลอดช่วงให้นม และไม่มีเสื้อชั้นในตัวไหนตามทันได้ทุกช่วง สิ่งที่ช่วยได้คือรู้ล่วงหน้าว่าการเปลี่ยนแปลงจะมาเมื่อไร
ทำไมขนาดเต้านมเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ
การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ มี 4 ช่วงที่พอคาดการณ์ได้
ระหว่างตั้งครรภ์ เต้านมเริ่มขยายตั้งแต่ไตรมาสแรก และซี่โครงก็ขยายออกเพื่อให้มดลูกที่โตขึ้นมีที่ รอบอกจึงมักเพิ่มก่อนขนาดคัพ
เมื่อน้ำนมมาเต็มที่ราววันที่ 3–5 หลังคลอด เต้านมจะขยายขึ้นมาก ช่วงนี้เปลี่ยนมากที่สุด แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วันถึงราวหนึ่งสัปดาห์
ราวสัปดาห์ที่ 4–6 ร่างกายจะปรับการสร้างน้ำนมให้พอดีกับที่ลูกกิน เต้านมจะเล็กลงและไม่คัดตึงตลอดเวลาเหมือนก่อน เรื่องนี้เป็นปกติ ไม่ได้แปลว่าน้ำนมลดลง
เมื่อหย่านม เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมจะเล็กลง และขนาดสุดท้ายมักไม่เท่ากับก่อนตั้งครรภ์
การหวังให้เสื้อชั้นในตัวเดียวใส่ได้ตลอดช่วงให้นมจึงเป็นไปได้ยาก
ควรซื้อตอนไหน
ชุดแรกซื้อราวอายุครรภ์ 36–38 สัปดาห์ ช่วงนี้รอบซี่โครงใกล้เคียงขนาดหลังคลอดแล้ว แต่เต้านมยังไม่ขยายเท่าตอนน้ำนมมา
เลือกตัวที่ใส่พอดีเมื่อเกี่ยวตะขอแถวที่หลวมที่สุด ข้อนี้สำคัญ เพราะเสื้อชั้นในจะยืดออกเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ตะขอแถวที่แน่นกว่าจะเหลือไว้ให้ปรับทีหลัง ถ้าต้องเกี่ยวแถวแน่นสุดตั้งแต่วันแรก ก็จะไม่เหลือที่ให้ปรับอีก
สำหรับสัปดาห์แรก ๆ หลังคลอด เตรียมเสื้อชั้นในแบบยืดหยุ่น ไม่มีโครง เนื้อผ้านุ่ม คัพยืดได้ ไว้สักหนึ่งหรือสองตัว ช่วงที่เต้านมคัดมากอยู่ไม่นาน จึงไม่คุ้มที่จะซื้อตัวที่พอดีเป๊ะแต่ใส่ได้แค่สัปดาห์เดียว
วัดขนาดใหม่อีกครั้งราวสัปดาห์ที่ 6 เมื่อการสร้างน้ำนมเริ่มคงที่ ช่วงนี้เหมาะที่จะซื้อตัวที่พอดีจริง ๆ ไว้ใส่ต่ออีกหลายเดือน
เช็กอย่างไรว่าขนาดพอดี
สายรอบอกรับน้ำหนักส่วนใหญ่ ไม่ใช่สายบ่า สายรอบอกต้องกระชับและอยู่ในแนวตรงที่แผ่นหลัง ถ้าด้านหลังเลื่อนขึ้น แปลว่าหลวมเกินไป
คัพต้องรองรับเนื้อเต้านมได้ทั้งหมด ไม่ล้นออกด้านบนหรือด้านข้าง คัพที่เล็กเกินไปจะกดเนื้อเต้านมทั้งวัน และแรงกดเฉพาะจุดแบบนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งของท่อน้ำนมอุดตัน แม้จะไม่ใช่สาเหตุเดียว
สายบ่าไม่ควรกดรัด ถ้าสายทิ้งรอยไว้บนบ่า แปลว่าสายรอบอกยังรับน้ำหนักได้ไม่ดีพอ
วิธีเช็กง่าย ๆ คือสอดสองนิ้วเข้าใต้สายรอบอกด้านหลัง ต้องสอดได้แต่ยังรู้สึกกระชับ
มีโครงหรือไม่มีโครง
คำถามนี้ถูกถามบ่อยที่สุด และคำตอบที่ได้ยินกันมักง่ายเกินไป
สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาคือโครงที่ขนาดไม่พอดี ถ้าโครงกดลงบนเนื้อเต้านมแทนที่จะแนบกับซี่โครง อาจขวางการไหลของน้ำนมในท่อที่ถูกกดได้
ต้องบอกตรง ๆ ด้วยว่าเสื้อชั้นในที่ไม่พอดีไม่ใช่สาเหตุเดียวของท่อน้ำนมอุดตันหรือเต้านมอักเสบ และการใส่ตัวที่พอดีก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เป็น เพียงแต่ตัดปัจจัยหนึ่งที่จัดการได้ง่ายออกไป
ปัญหาคือขนาดเต้านมเปลี่ยนอยู่ตลอด โครงที่พอดีวันนี้อาจกดผิดตำแหน่งในเดือนหน้า คุณแม่หลายคนจึงเลือกแบบไม่มีโครงในเดือนแรก ๆ ที่ขนาดยังไม่นิ่ง แล้วค่อยกลับมาใส่แบบมีโครงเมื่อการสร้างน้ำนมเข้าที่ ถ้าเลือกแบบมีโครง ให้ดูว่าโครงแนบกับซี่โครงตลอดแนวโค้ง
รายละเอียดที่ช่วยได้จริง
ตะขอที่เปิดได้ด้วยมือเดียว เพราะมืออีกข้างกำลังอุ้มลูกอยู่ ตะขอที่ต้องใช้สองมือแกะชวนหงุดหงิดมากตอนตีสอง
คัพที่เปิดได้กว้าง ไม่ใช่แค่ช่องเล็ก ๆ ช่องเปิดกว้างช่วยให้ลูกเข้าเต้าง่ายขึ้น โดยเฉพาะสัปดาห์แรก ๆ ที่คุณแม่กับลูกยังเรียนรู้กันอยู่
เนื้อผ้าระบายเหงื่อ ผิวใต้ราวนมอับชื้นง่าย และความอับชื้นสะสมทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดเชื้อราได้
ตะเข็บด้านในเรียบ ช่วงนี้ผิวคุณแม่ไวกว่าปกติ ตะเข็บหยาบ ๆ จะรู้สึกเกะกะกว่าเดิมมาก
มีที่พอสำหรับแผ่นซับน้ำนม คัพที่พอดีเป๊ะจะไม่เหลือที่ แผ่นซับที่พับงอจะกดอยู่จุดเดียว
แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน
เสื้อชั้นในสำหรับใส่ทุกวันเป็นตัวที่ใช้บ่อยที่สุด ควรเลือกตัวที่ใส่สบายที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวที่กระชับมากที่สุด
เสื้อชั้นในสำหรับนอนนุ่มกว่าและไม่มีตะขอ เหมาะกับคุณแม่ที่ให้นมกลางคืนหรือต้องใส่แผ่นซับน้ำนมตอนนอน ไม่จำเป็นต้องมี แต่หลายคนรู้สึกสบายกว่า
เสื้อชั้นในสำหรับปั๊มนมช่วยยึดกรวยปั๊มไว้โดยไม่ต้องใช้มือจับ สำหรับคุณแม่ที่ปั๊มนมวันละหลายครั้ง ช่วยประหยัดเวลาได้จริง เพราะเมื่อมือว่างทั้งสองข้าง คุณแม่จะได้กินข้าว ตอบข้อความ หรือได้พักบ้าง Seamless Hands-Free Pumping Bra เสื้อชั้นในสำหรับปั๊มนมของ Mama's Choice ทำมาสำหรับการใช้งานแบบนี้ ช่วยยึดกรวยปั๊มไว้ ปรับความกระชับได้ 4 ระดับ และมีตะขอ 3 แถวให้เลือกตามรอบอกที่เปลี่ยนไป
ต้องมีกี่ตัว
ส่วนใหญ่ 3 ตัวก็พอ ตัวหนึ่งใส่ ตัวหนึ่งซัก อีกตัวสำรอง ถ้าให้นมกลางคืนบ่อย เพิ่มเสื้อชั้นในสำหรับนอนอีก 1 ตัว
ซักมือหรือใส่ถุงซักถนอมผ้า และไม่ควรอบแห้งด้วยเครื่อง เพราะความร้อนทำให้ผ้ายืดหยุ่นน้อยลง ซึ่งความยืดหยุ่นคือหัวใจของเสื้อชั้นในให้นม
สิ่งที่เสื้อชั้นในให้นมทำไม่ได้
มีหลายเรื่องที่มักถูกพูดถึงโดยไม่มีหลักฐาน จึงขอบอกให้ชัด
เสื้อชั้นในไม่ได้ทำให้ร่างกายสร้างน้ำนมมากขึ้น ปริมาณน้ำนมขึ้นอยู่กับความถี่และความสม่ำเสมอในการระบายน้ำนมออกจากเต้า
เสื้อชั้นในไม่ได้กันเต้านมหย่อนคล้อย รูปทรงเต้านมที่เปลี่ยนไปหลังคลอดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เอง พันธุกรรม อายุ จำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์ และการสูบบุหรี่ ไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้อเสื้อชั้นใน
เสื้อชั้นในไม่ได้กันเต้านมอักเสบ สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงคือการระบายน้ำนมอย่างสม่ำเสมอและการเข้าเต้าที่ดี
สัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนเสื้อชั้นใน
- สายรอบอกเลื่อนขึ้นที่แผ่นหลัง
- เนื้อเต้านมล้นออกจากคัพ
- สายบ่าทิ้งรอยไว้
- เกี่ยวตะขอแถวแน่นสุดแล้วแต่ยังหลวม
- มีก้อนเจ็บที่เต้านมซ้ำ ๆ ตรงตำแหน่งเดิม
ข้อสุดท้ายควรใส่ใจเป็นพิเศษ ก้อนเจ็บที่เกิดซ้ำตรงจุดเดิมอาจมาจากเสื้อชั้นในที่กดท่อน้ำนมเส้นเดิมทุกวัน ลองเปลี่ยนตัวที่หลวมขึ้นหรือไม่มีโครง แต่ก้อนที่เป็นซ้ำควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ตรวจด้วย
ถ้าเจ็บไม่หาย เต้านมแดง มีก้อนที่ไม่ยุบหลังให้นม หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์ การเปลี่ยนเสื้อชั้นในอย่างเดียวไม่พอนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
- ควรซื้อเสื้อชั้นในให้นมตอนไหน
- ราวอายุครรภ์ 36–38 สัปดาห์ ช่วงนี้รอบซี่โครงใกล้เคียงขนาดหลังคลอดแล้ว แต่เต้านมยังไม่ขยายเท่าตอนน้ำนมเริ่มมา ให้เลือกตัวที่ใส่พอดีเมื่อเกี่ยวตะขอแถวที่หลวมที่สุด
- เสื้อชั้นในให้นมแบบมีโครงใส่ได้ไหม
- ใส่ได้ถ้าพอดี ที่ควรระวังคือโครงที่ขนาดไม่พอดีจนกดลงบนเนื้อเต้านม เพราะอาจขวางการไหลของน้ำนมในท่อบางเส้น ถ้าเลือกแบบมีโครง โครงต้องแนบกับซี่โครง ไม่กดบนเนื้อเต้านม
- ต้องมีเสื้อชั้นในให้นมกี่ตัว
- ส่วนใหญ่ 3 ตัวก็พอ ตัวหนึ่งใส่ ตัวหนึ่งซัก อีกตัวสำรอง ถ้าให้นมกลางคืนบ่อย เพิ่มเสื้อชั้นในสำหรับนอนที่นุ่มกว่าอีก 1 ตัว
- ทำไมเสื้อชั้นในเพิ่งซื้อแต่ใส่แล้วคับ
- ขนาดเต้านมเปลี่ยนหลายครั้งตลอดช่วงให้นม เปลี่ยนมากที่สุดตอนน้ำนมมาครั้งแรก แล้วปรับอีกครั้งราวสัปดาห์ที่ 6 ตัวที่พอดีในสัปดาห์แรกจึงมักไม่พอดีแล้วในเดือนที่สอง
แหล่งที่มา
- Academy of Breastfeeding Medicine — แนวทางการจัดการท่อน้ำนมอุดตันและเต้านมอักเสบ
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

