สิวคนท้องเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้เหมาะกับช่วงตั้งครรภ์
สิวคนท้องเกิดจากอะไร ยาสิวตัวไหนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลี่ยง ดูแลผิวหน้าอย่างไรในชีวิตประจำวัน และวัตถุดิบธรรมชาติที่คนพูดถึงกันบ่อยใช้ได้จริงแค่ไหน

สิวเป็นเรื่องที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนกลุ้มใจ
ก่อนท้อง พอเป็นสิวก็แค่แต้มยาหรือทาครีมกรดวิตามินเอ แต่พอตั้งครรภ์ การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับสิวต้องระวังมากขึ้น เพราะยาสิวบางชนิดที่ใช้กันทั่วไปอาจส่งผลต่อลูกในครรภ์ได้
บทความนี้ Mama’s Choice รวบรวมเรื่องที่คุณแม่ควรรู้ ตั้งแต่สาเหตุของสิวช่วงตั้งครรภ์ วิธีดูแลผิวในแต่ละวัน ยาที่ต้องเลี่ยง ไปจนถึงวัตถุดิบธรรมชาติที่มักถูกพูดถึง พร้อมข้อควรระวัง
ปัญหาผิวที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักเจอ
ช่วงตั้งครรภ์ไม่ใช่ทุกคนจะผิวสวยเปล่งปลั่ง คุณแม่จำนวนไม่น้อยเจอทั้งสิว ผิวแห้ง ฝ้า และผิวที่ไวต่อผลิตภัณฑ์มากขึ้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไประหว่างตั้งครรภ์

ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของผิวที่พบบ่อย ได้แก่
-
ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีไวต่อแสงแดดมากขึ้น
-
ผิวไวต่อผลิตภัณฑ์มากขึ้น คุณแม่บางคนที่ไม่เคยแพ้อะไรเลย กลับรู้สึกแสบหรือระคายเคืองกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์
-
ผิวแห้ง คุณแม่หลายคนผิวแห้งกว่าปกติทั้งช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด การทามอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น
-
ผิวหน้าท้องที่ยืดขยาย แม้ไม่ได้อยู่บนใบหน้า แต่ผิวหน้าท้องที่ยืดขยายเร็วมักแห้งและรู้สึกตึง คุณแม่หลายคนจึงทาครีมบำรุงผิวกายเป็นประจำ เช่น Mama’s Choice Stretch Mark Cream ครีมทาผิวสำหรับผิวที่ยืดขยาย มีส่วนผสมของสารสกัดจากถั่วเหลืองและว่านหางจระเข้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและนุ่ม เป็นสูตรสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นม ไม่มีพาราเบนในสูตร จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6600003112
-
สิว ไม่ได้มีแค่วัยรุ่นที่เป็นสิว คุณแม่ตั้งครรภ์ก็เป็นได้ และการดูแลสิวช่วงนี้ต้องระวังมากกว่าปกติ

สิวคนท้องเกิดจากอะไร
ฮอร์โมนเป็นสาเหตุหลัก ช่วงตั้งครรภ์ร่างกายสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมากขึ้น และระดับฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจนก็เพิ่มขึ้นด้วย ฮอร์โมนเหล่านี้จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ แต่แอนโดรเจนกระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น เมื่อน้ำมันผสมกับเซลล์ผิวที่หลุดลอกจนอุดรูขุมขน ก็เกิดเป็นสิวอุดตัน และบางจุดอาจกลายเป็นสิวที่บวมแดง
สิวคนท้องมักเห็นชัดในไตรมาสแรก บางคนเป็นต่อเนื่องหรือกลับมาอีกในไตรมาสที่ 3 และส่วนใหญ่ดีขึ้นหลังคลอด

ดูแลผิวหน้าอย่างไรเมื่อเป็นสิวช่วงตั้งครรภ์
สิวจากฮอร์โมนควบคุมได้ยาก แต่การดูแลผิวพื้นฐานช่วยให้ผิวสะอาดและไม่ระคายเคืองเพิ่ม
- ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน หรือหลังเหงื่อออกมาก การล้างบ่อยกว่านี้อาจทำให้ผิวแห้ง เลือกคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอม ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เลี่ยงน้ำร้อนที่ทำให้หน้าแห้ง
คลีนเซอร์ที่คุณแม่หลายคนเลือก: Mama’s Choice Gentle Face Wash เจลใสสูตรอ่อนโยนที่เราพัฒนาสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ให้นม และผิวแพ้ง่าย ใช้ทำความสะอาดผิวที่มีปัญหาสิวได้ทุกเช้าเย็น มีสารสกัดจากข้าว วิตามินบี 3 (ไนอะซินาไมด์) และคอลลาเจนสายสั้นช่วยบำรุงผิว ไม่ใส่ SLS จึงมีฟองน้อย ล้างแล้วผิวนุ่ม ไม่แห้งตึง ไม่มีกลิ่น ผ่านการทดสอบการระคายเคืองต่อผิวหนัง (HRIPT โดย SKINPROOF อาสาสมัคร 49 คน ธันวาคม 2020) จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6900003097 ซื้อ Gentle Face Wash
-
ผลัดเซลล์ผิวอย่างเบามือ ถ้าจะขัดหน้า ใช้สครับเนื้อละเอียดและขัดเบา ๆ ไม่เกินสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง ผิวช่วงตั้งครรภ์ระคายเคืองง่าย การขัดแรงอาจทำให้สิวแย่ลง
-
ล้างมือและตัดเล็บให้สะอาด และพยายามไม่เอามือจับหน้า
-
ทาครีมกันแดดและหลบแดด แสงแดดทำให้รอยดำหลังสิวเข้มขึ้น ส่วนความร้อนและเหงื่อทำให้เราเผลอเอามือจับหน้าบ่อย เลือกครีมกันแดดเนื้อบางเบาที่ไม่อุดตันรูขุมขน
-
กินอาหารให้หลากหลาย เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีน ลดของหวาน ขนมแปรรูป และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งบางงานวิจัยพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับสิว

-
ไม่บีบหรือแกะสิว การบีบสิวอาจทำให้ติดเชื้อ สิวบวมแดงมากขึ้น และเกิดรอยหรือหลุมสิวได้
-
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ซึ่งสำคัญกับสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ตั้งครรภ์
-
พักผ่อนให้พอและลดความเครียด ความเครียดและการนอนน้อยอาจทำให้สิวแย่ลง ลองหาเวลาพักและทำสิ่งที่ช่วยให้ใจสบาย
-
เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่อุดตันรูขุมขน (Non-comedogenic) และไม่มีน้ำหอม มักเหมาะกับผิวที่เป็นสิวง่าย ถ้าอยากลองวัตถุดิบธรรมชาติ อ่านข้อควรระวังในหัวข้อด้านล่างก่อน
ยาสิวที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลี่ยง
ช่วงตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยาสิวมาใช้เอง ทั้งยากินและยาทา เพราะยาสิวบางกลุ่มอาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในครรภ์ ถ้าสิวรบกวนมาก ควรปรึกษาแพทย์ ยาที่ต้องเลี่ยง ได้แก่

-
ยากลุ่มกรดวิตามินเอ (Retinoids) ยาชนิดกิน เช่น ไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin) ทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้ ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาด ผู้ที่ใช้ยานี้ต้องคุมกำเนิดระหว่างใช้ยาและหลังหยุดยาตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด ส่วนยาทากลุ่มเรตินอยด์ เช่น เตรติโนอิน (Tretinoin) ก็แนะนำให้เลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์
-
ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลิน (Tetracyclines) เช่น ด็อกซีไซคลินและมิโนไซคลิน อาจส่งผลต่อการสร้างกระดูกและทำให้ฟันของลูกเปลี่ยนสี
-
ยากลุ่มฮอร์โมนต้านแอนโดรเจน เช่น สไปโรโนแลกโทน (Spironolactone) ไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการของอวัยวะเพศในทารกเพศชาย
แพทย์อาจพิจารณายาหรือผลิตภัณฑ์บางชนิดที่มีข้อมูลว่าใช้ได้ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น กรดอะเซลาอิก (Azelaic acid) หรือยาทาบางชนิด โดยประเมินจากอาการและอายุครรภ์ของคุณแม่แต่ละคน
วัตถุดิบธรรมชาติที่มักถูกพูดถึง ใช้ได้จริงแค่ไหน
คุณแม่หลายคนอยากใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติดูแลผิวหน้าแทนผลิตภัณฑ์ทั่วไป แต่ "ธรรมชาติ" ไม่ได้แปลว่าอ่อนโยนเสมอ วัตถุดิบหลายชนิดทำให้ผิวระคายเคืองหรือแพ้ได้ และข้อมูลว่าช่วยเรื่องสิวยังมีจำกัด ก่อนใช้ควรทดสอบกับผิวบริเวณเล็ก ๆ เช่น หลังหูหรือท้องแขน และหยุดใช้ทันทีถ้าแสบ แดง หรือคัน Mama’s Choice สรุปวัตถุดิบที่คนมักพูดถึงไว้ดังนี้

1. น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล
บางคนใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) เจือจางเป็นโทนเนอร์ แต่น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรดสูง ถ้าเจือจางไม่พอหรือใช้บ่อยอาจทำให้ผิวแสบ แห้ง หรือระคายเคืองได้ ผิวช่วงตั้งครรภ์ที่ไวอยู่แล้วจึงควรระวังเป็นพิเศษ ถ้าจะลอง ควรเจือจางมาก ๆ และใช้ไม่บ่อย
2. น้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผิวกายชุ่มชื้น แต่อาจอุดตันรูขุมขน จึงไม่เหมาะกับผิวหน้าที่เป็นสิวง่าย ถ้าอยากใช้ ทาบริเวณผิวกายที่แห้งจะเหมาะกว่า
3. มะนาวหรือเลมอน
แม้มะนาวจะมีกรดผลไม้ แต่ไม่แนะนำให้ทาหรือแต้มบนหน้า เพราะความเป็นกรดสูงทำให้ระคายเคือง และสารบางชนิดในผิวมะนาวทำให้ผิวไหม้และเกิดรอยดำเมื่อโดนแดดได้
4. น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นวัตถุดิบที่คนนิยมใช้พอกหน้า เพราะช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้น มีงานวิจัยในห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของน้ำผึ้งบางชนิด แต่ข้อมูลว่าช่วยเรื่องสิวในคนยังไม่ชัดเจน ถ้าจะใช้ ควรใช้น้ำผึ้งที่สะอาด พอกไม่นานแล้วล้างออก
5. ว่านหางจระเข้
วุ้นว่านหางจระเข้ช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและเย็นสบาย ถ้าใช้จากต้นสด ควรล้างยางสีเหลืองออกให้หมดก่อน เพราะยางว่านทำให้ระคายเคืองได้ และทดสอบกับผิวก่อนทาทั่วหน้า
6. ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันมีเคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คนไทยใช้ขมิ้นชันพอกผิวกันมานาน แต่ผงขมิ้นทำให้ผิวและเสื้อผ้าติดสีเหลือง และบางคนแพ้ได้ ถ้าจะใช้ ควรทดสอบกับผิวก่อนเช่นกัน
7. แตงกวา
แตงกวามีน้ำเป็นส่วนใหญ่ ช่วยให้ผิวรู้สึกเย็นสบายและชุ่มชื้น คุณแม่หลายคนชอบใช้แตงกวาฝานบาง ๆ วางบนหน้าหรือใช้น้ำแตงกวาเช็ดหน้า ข้อควรระวังคือไม่ควรผสมมะนาวลงไป และไม่ควรใช้ไข่ดิบพอกหน้า เพราะเสี่ยงต่อเชื้อซัลโมเนลลา
8. ใบบัวบก
ใบบัวบก (Centella Asiatica หรือ Cica) เป็นส่วนผสมยอดนิยมในสกินแคร์ทั้งในไทยและเกาหลี สารสกัดจากใบบัวบกในเครื่องสำอางใช้เพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกสบายและชุ่มชื้น การใช้ใบบัวบกสดพอกหน้าอาจไม่ได้ผลแบบเดียวกับสารสกัดในผลิตภัณฑ์ และเสี่ยงต่อการปนเปื้อนหรือระคายเคืองมากกว่า
9. ทีทรีออยล์
ทีทรีออยล์มีสารเทอร์พินีน-4-ออล (Terpinen-4-ol) ซึ่งมีงานวิจัยพบฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย และมีการศึกษาที่ใช้ทีทรีออยล์ความเข้มข้นต่ำกับสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ทีทรีออยล์แบบเข้มข้นทำให้ผิวระคายเคืองและแพ้ได้ ห้ามใช้แบบไม่เจือจาง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ระหว่างตั้งครรภ์
สรุป
สิวช่วงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เกิดจากฮอร์โมนและมักดีขึ้นหลังคลอด ระหว่างนี้การล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่บีบสิว ทากันแดด และพักผ่อนให้พอ เป็นพื้นฐานที่ช่วยได้มาก ถ้าสิวมีมาก เจ็บ หรือเป็นสิวหัวใหญ่ใต้ผิว ควรพบแพทย์ผิวหนังและแจ้งว่ากำลังตั้งครรภ์ แพทย์จะเลือกการรักษาที่เหมาะกับคุณแม่ได้
วันที่อยากให้ผิวได้พักสักสิบนาที ลอง Mama’s Choice Soothing Protective Sheet Mask แผ่นมาส์กหน้าที่มีส่วนผสมของทีทรีออยล์และสารสกัดจากแตงกวา แปะแล้วผิวหน้ารู้สึกชุ่มชื้น เย็นสบาย และสดชื่นขึ้น เป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่คุณแม่ได้พักไปพร้อมกับผิว ครั้งแรกให้ลองกับผิวบริเวณเล็ก ๆ ก่อนนะคะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
มาส์กหน้า DIY จากวัตถุดิบธรรมชาติ และข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ท้องและให้นม
เลือกครีมบำรุงผิวหน้าและครีมกันแดดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นม
ไฮโดรควิโนนคืออะไร ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรเลี่ยง
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ



