ผิวหน้าแพ้ง่ายตอนท้อง ดูแลอย่างไรเมื่อผิวแสบและแดงง่าย
ผิวหน้าแดงง่ายและแสบตั้งแต่ตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร ลดขั้นตอนสกินแคร์ให้เหลือเท่าที่จำเป็นอย่างไร ทดสอบการแพ้ให้ถูกวิธี และอาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

ใช้ผลิตภัณฑ์เดิม แต่พอตั้งครรภ์กลับรู้สึกแสบผิว คุณแม่หลายคนเจอแบบนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพราะผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไป แต่เพราะผิวของคุณแม่เปลี่ยนไปในช่วงนี้
ทำไมผิวหน้าไวขึ้นตอนท้อง
ระหว่างตั้งครรภ์ เลือดไหลเวียนมาที่ผิวหนังมากขึ้นและหลอดเลือดขยายตัว ผิวจึงแดงเร็วขึ้น และใช้เวลานานขึ้นกว่าจะกลับเป็นปกติ
เกราะป้องกันผิวก็ทำงานต่างไปเล็กน้อย ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อการผลิตน้ำมันและการกักเก็บน้ำของผิว เมื่อเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ส่วนผสมบางอย่างที่เคยใช้ได้ก็อาจทำให้รู้สึกแสบหรือระคายเคือง
บวกกับอาการแพ้ท้องในไตรมาสแรก ซึ่งทำให้กลิ่นแรง ๆ รบกวนมากกว่าปกติ
ผลคือผิวที่เคยใช้อะไรก็ได้ ตอนนี้กลับแสบกับโฟมล้างหน้าที่ใช้มาหลายปี โดยทั่วไปอาการนี้จะดีขึ้นเองภายในไม่กี่เดือนหลังคลอด
ผิวแพ้ง่ายกับการแพ้สัมผัสต่างกันอย่างไร
สองอย่างนี้มักถูกเข้าใจสลับกัน ทั้งที่วิธีจัดการต่างกัน
ผิวแพ้ง่าย ตอบสนองต่อหลายสิ่ง อาการเบา เกิดขึ้นเร็วแล้วหายเร็ว รู้สึกแสบ ตึง หรืออุ่นสักครู่หลังใช้ผลิตภัณฑ์
การแพ้สัมผัส มักเกิดจากส่วนผสมใดส่วนผสมหนึ่ง อาการอาจปรากฏหลังใช้ 12–48 ชั่วโมง คันชัดเจน และผิวอาจพุพองหรือลอก การลดจำนวนผลิตภัณฑ์อย่างเดียวไม่ทำให้อาการแพ้ดีขึ้น ถ้ายังใช้ตัวที่แพ้อยู่
ถ้าอาการยังอยู่นานกว่า 2–3 วันหลังหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ อาจไม่ใช่แค่ผิวแพ้ง่าย ควรปรึกษาแพทย์
สิ่งที่มักทำให้ผิวระคายเคือง
น้ำหอม เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการแพ้สัมผัสจากเครื่องสำอาง และกลิ่นแรง ๆ ยังทำให้คุณแม่ที่แพ้ท้องคลื่นไส้ได้ง่าย บนฉลากอาจเขียนว่า parfum, fragrance หรือชื่อสารเดี่ยว ๆ เช่น linalool, limonene และ geraniol
แอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูง Alcohol denat. และ ethyl alcohol ทำให้ผิวที่แห้งอยู่แล้วยิ่งแห้ง ซึ่งต่างจาก cetyl, stearyl และ cetearyl alcohol ที่ช่วยให้เนื้อครีมนุ่มและไม่ทำให้ผิวแห้ง
กรดผลัดเซลล์ผิว AHA และ BHA ความเข้มข้นสูง โดยเฉพาะถ้าใช้ทุกวัน
สครับแบบเม็ด การขัดถูบนผิวที่กำลังไวมีแต่ทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
น้ำร้อนเกินไป เรื่องง่าย ๆ ที่มักถูกมองข้าม และแก้ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน
ใช้ผลิตภัณฑ์หลายอย่างพร้อมกันเกินไป ข้อนี้พบบ่อยมาก สกินแคร์สิบขั้นตอนอาจไม่มีปัญหาตอนผิวปกติ แต่ตอนที่ผิวกำลังไว ยิ่งใช้หลายตัวก็ยิ่งหาไม่เจอว่าตัวไหนเป็นสาเหตุ
สกินแคร์ 2 ขั้นตอนสำหรับผิวที่กำลังไว
เมื่อผิวกำลังระคายเคือง หลายคนอยากหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาเพิ่ม แต่สิ่งที่มักช่วยได้มากกว่าคือทำตรงกันข้าม
กลับไปใช้แค่ 2 ขั้นตอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม
เช้า: ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ที่มี SPF
กลางคืน: ล้างหน้า แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์
แค่นั้นพอ งดเซรั่ม มาสก์ และการผลัดเซลล์ผิวไปก่อน
สำหรับขั้นตอนล้างหน้า คุณแม่หลายคนเลือก Mama's Choice Gentle Face Wash เจลล้างหน้าใสที่ทำมาสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ให้นม และผิวแพ้ง่าย ไม่มี SLS และไม่ใส่น้ำหอม จึงไม่มีกลิ่นมากวนใจช่วงแพ้ท้อง ฟองน้อยแต่ล้างสะอาด ล้างแล้วผิวรู้สึกนุ่ม ไม่แห้งตึง ในสูตรมีสารสกัดจากข้าว (rice extract) วิตามินบี 3 และคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ (hydrolyzed collagen extract) ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ผ่านการทดสอบการระคายเคืองแบบ HRIPT โดย SKINPROOF จาการ์ตา เมื่อธันวาคม 2020 ในอาสาสมัครที่ทดสอบครบ 49 คน จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6900003097
ขั้นตอนเช้าจะง่ายขึ้นอีกด้วย Daily Protection Face Moisturizer มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาที่รวมความชุ่มชื้นและสารกันแดดแบบมิเนอรัล (Zinc Oxide และ Titanium Dioxide) SPF 20 PA++ ไว้ในหลอดเดียว ทาครั้งเดียวจบ ไม่ต้องทาทับหลายชั้นบนผิวที่กำลังไว สูตรไม่มีพาราเบน แอลกอฮอล์ และไฮโดรควิโนน จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6800017321 สูตรนี้มีน้ำมันจากเปลือกส้ม ถ้าผิวไวต่อน้ำมันหอมระเหย ลอง patch test ก่อนนะคะ
เมื่อผิวกลับมาเป็นปกติแล้ว ค่อยนำเซรั่มหรือผลิตภัณฑ์อื่นกลับมาใช้ เพิ่มทีละหนึ่งผลิตภัณฑ์ แล้วรอ 2 สัปดาห์ก่อนเพิ่มตัวถัดไป ถ้าผิวระคายเคืองอีก คุณแม่จะรู้ทันทีว่าตัวไหนเป็นสาเหตุ
ทดสอบการแพ้ (patch test) อย่างไรให้ถูกวิธี
พูดถึงกันบ่อย แต่น้อยคนที่ทำจนครบ
- ทาผลิตภัณฑ์เล็กน้อยที่ผิวท้องแขนด้านในหรือหลังหู
- ปล่อยไว้ ไม่ต้องล้างออก
- ทำซ้ำที่จุดเดิมวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน
- สังเกตรอยแดง อาการคัน หรือรู้สึกแสบร้อน
ต้องทำ 3 วัน ไม่ใช่วันเดียว เพราะอาการแพ้สัมผัสมักปรากฏหลังสัมผัสซ้ำ การทดสอบครั้งเดียวแล้วสรุปว่าใช้ได้เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และแม้ผ่านการทดสอบแล้ว ก็ยังแพ้ภายหลังได้ ถ้าเกิดอาการเมื่อไหร่ให้หยุดใช้
ครีมกันแดดบนผิวที่แดงง่าย
อย่าข้ามครีมกันแดดเพราะผิวกำลังไว การตั้งครรภ์ทำให้เกิดฝ้าและรอยคล้ำได้ง่ายขึ้น และแสงแดดทำให้เข้มขึ้น
ถ้าครีมกันแดดทำให้รู้สึกแสบ ลองเปลี่ยนเป็นแบบมิเนอรัล (mineral) ที่ใช้ zinc oxide หรือ titanium dioxide ซึ่งทำงานบนผิวชั้นนอก และผิวที่ไวมักรู้สึกสบายกว่าฟิลเตอร์เคมี
หมวกปีกกว้างและการอยู่ในร่มก็ช่วยปกป้องผิวได้ส่วนหนึ่ง โดยไม่ต้องทาอะไรเพิ่ม
ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
ไม่ใช่เพราะผลิตภัณฑ์ "มีสารเคมี" ส่วนผสมทุกอย่างเป็นสารเคมี รวมถึงน้ำและสารสกัดจากพืช สิ่งที่ทำให้แพ้คือส่วนผสมบางตัวในคนบางคน
"จากธรรมชาติ" ไม่ได้แปลว่าอ่อนโยนกว่าเสมอไป น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดจากพืชหลายชนิดทำให้แพ้สัมผัสได้ค่อนข้างบ่อย รายการส่วนผสมที่สั้นช่วยได้มากกว่าคำว่าธรรมชาติบนฉลาก
ไม่ได้แปลว่าผิวของคุณแม่เสียไปแล้ว นี่เป็นเพียงช่วงหนึ่ง และจะผ่านไป
เมื่อไรควรไปพบแพทย์
- รอยแดงที่ไม่ดีขึ้นหลังลดขั้นตอนสกินแคร์มาแล้ว 2 สัปดาห์
- ผิวพุพอง ลอก หรือมีน้ำเหลืองซึม
- คันรุนแรง โดยเฉพาะตอนกลางคืน และยิ่งถ้าคันที่หน้าท้องและแขนด้วย
- ผื่นที่ลามเร็ว หรือมีไข้ร่วมด้วย
- ใบหน้าบวม โดยเฉพาะถ้าเปลือกตาหรือริมฝีปากบวมด้วย
อาการคันรุนแรงในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ควรบอกคุณหมอ เพราะภาวะบางอย่างของการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะน้ำดีคั่งในตับ แสดงอาการเป็นการคัน ส่วนใบหน้าบวมร่วมกับหายใจลำบากเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่
ตรวจเลขที่ใบรับจดแจ้งในระบบสืบค้นผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) การจดแจ้งหมายความว่าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์และสูตรกับ อย. แล้ว ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าเป็นเครื่องสำอางที่วางขายถูกกฎหมาย แต่ไม่ใช่การรับรองว่าผลิตภัณฑ์จะไม่ทำให้แพ้
อ่านส่วนผสม 5 ตัวแรก เพราะเป็นส่วนผสมที่มีปริมาณมากที่สุด แล้วมองหาคำว่า parfum หรือ fragrance ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของรายการ
คำถามที่พบบ่อย
- ทำไมผิวหน้าถึงแพ้ง่ายขึ้นตอนท้อง
- ระหว่างตั้งครรภ์ เลือดไหลเวียนมาที่ผิวมากขึ้น หลอดเลือดขยายตัว และฮอร์โมนส่งผลต่อเกราะป้องกันผิว ผิวจึงแดงง่าย กลับเป็นปกติช้าลง และไวต่อส่วนผสมบางอย่างมากขึ้น อาการมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่เดือนหลังคลอด
- ผิวแพ้ง่ายกับแพ้สัมผัสต่างกันอย่างไร
- ผิวแพ้ง่ายตอบสนองต่อหลายสิ่ง อาการเบา เกิดเร็วและหายเร็ว ส่วนการแพ้สัมผัสมักเกิดจากส่วนผสมใดส่วนผสมหนึ่ง อาการปรากฏหลังใช้ 12–48 ชั่วโมง คันชัดเจน และผิวอาจพุพองหรือลอก ถ้าอาการยังอยู่นานกว่า 2–3 วันหลังหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ ควรปรึกษาแพทย์
- patch test ต้องทำกี่วัน
- ทาผลิตภัณฑ์เล็กน้อยที่ท้องแขนด้านในหรือหลังหู ไม่ต้องล้างออก ทำซ้ำที่เดิมวันละครั้งติดต่อกัน 3 วัน เพราะอาการแพ้สัมผัสมักปรากฏหลังสัมผัสซ้ำ การทดสอบครั้งเดียวแล้วสรุปว่าใช้ได้เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
แหล่งที่มา
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ


