ข้ามไปที่เนื้อหา

ซื้อได้ที่ร้านทางการของเราบน Shopee หรือ ณ จุดจำหน่ายทั่วประเทศไทย

Mama's Choice

รอยแตกลายสีแดงกับสีขาว ต่างกันอย่างไร และดูแลผิวอย่างไรได้บ้าง

รอยแตกลายสีแดงกับสีขาวต่างกันอย่างไร เกิดจากอะไร ทางเลือกที่แพทย์ผิวหนังมีให้ และวิธีดูแลผิวที่กำลังยืดขยายช่วงตั้งครรภ์ให้ชุ่มชื้น

เขียนโดย ทีม Mama's Choiceบทความนี้ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากบุคลากรทางการแพทย์เผยแพร่ อัปเดต 1 นาที
รอยแตกลายสีแดงและสีขาวบนผิวหน้าท้อง

เส้นสีชมพูที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาข้างสะดือ กับเส้นสีเงินจาง ๆ ที่ต้นขา เป็นรอยแตกลายเหมือนกัน แต่อยู่คนละระยะ รอยแตกลายไม่ว่าจะสีไหนก็ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจได้ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งผิวต้องยืดขยายเร็วตามท้องที่โตขึ้น รอยแตกลายพบได้บ่อยมากและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นเรื่องปกติของร่างกายที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรู้สึกผิด

รอยแตกลายคืออะไร แต่ละสีต่างกันอย่างไร และเราดูแลผิวได้แค่ไหน มาหาคำตอบไปด้วยกัน

รอยแตกลายคืออะไร

รอยแตกลาย (Striae) มักเป็นเส้นโค้งขนานกันไปตามผิว มีทั้งสีแดง สีชมพู สีม่วง และสีขาว พบบ่อยที่หน้าท้อง หน้าอก สะโพก ก้น ต้นขา หรือส่วนอื่นของร่างกาย

รอยแตกลายเกิดเมื่อผิวยืดขยายเร็วกว่าที่ชั้นผิวด้านในจะปรับตัวทัน เส้นใยที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นในชั้นหนังแท้จึงฉีกขาด แล้วปรากฏเป็นเส้นให้เห็นบนผิว

ก่อนจะไปดูว่าดูแลผิวอย่างไรได้บ้าง Mama’s Choice ชวนคุณแม่มาดูความแตกต่างและสาเหตุของรอยแตกลายทั้งสองสีก่อน

รอยแตกลายสีแดงกับสีขาวต่างกันอย่างไร

รอยแตกลายสีแดง (Striae Rubra) เป็นรอยที่เพิ่งเกิดใหม่ มีสีแดง ชมพู หรือม่วง บางครั้งนูนเล็กน้อยหรือรู้สึกคัน สีแดงมาจากหลอดเลือดใต้ผิวที่ยังมีเลือดไหลเวียนอยู่ในบริเวณนั้น

รอยแตกลายสีขาว (Striae Alba) เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนถึงหลายปี รอยสีแดงจะค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาวหรือสีเงิน แบนราบ และบางครั้งยุบลงเล็กน้อย เพราะหลอดเลือดในบริเวณนั้นหดตัวลง

ทางการแพทย์ผิวหนังมองว่ารอยสีแดงตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่ารอยสีขาว เพราะผิวบริเวณนั้นยังอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนรอยสีขาวเป็นรอยที่เกิดมานานแล้ว การรักษาจึงยากกว่าและใช้เวลานานกว่า ถ้าคุณแม่สนใจทางเลือกในการรักษา เช่น เลเซอร์ หรือยาทาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง และควรรู้ว่ายาและหัตถการหลายอย่างไม่เหมาะกับช่วงตั้งครรภ์และให้นม คุณหมอมักแนะนำให้รอจนหลังคลอดหรือหลังหย่านม

สาเหตุหลักของรอยแตกลาย

รอยแตกลายมักเกิดเมื่อร่างกายเปลี่ยนแปลงเร็ว เช่น น้ำหนักขึ้นหรือลงเร็ว จนผิวต้องยืดขยายเพื่อรองรับ ตัวอย่างสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

1. การตั้งครรภ์

ระหว่างตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและท้องขยายใหญ่ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 และ 3 ผิวบริเวณหน้าท้อง ต้นขา สะโพก และหน้าอกจะยืดจนตึง ผิวที่ยืดขยายมักแห้งและคันได้ง่าย การเกาแรง ๆ ทำให้ผิวระคายเคือง จึงควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและเลี่ยงการเกา

2. วัยรุ่น

วัยรุ่นก็มีรอยแตกลายได้ เพราะร่างกายเปลี่ยนแปลงเร็ว แม้น้ำหนักจะไม่ได้เพิ่มมากก็ตาม เช่น ตัวสูงขึ้นเร็ว หรือหน้าอกขยาย ในเด็กผู้หญิงมักพบที่สะโพกและหน้าอก

3. กล้ามเนื้อขยายเร็ว

การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การเล่นเวท ทำให้กล้ามเนื้อขยายใหญ่ในเวลาสั้น ๆ ผิวที่ยืดตามจึงเกิดรอยแตกลายได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

4. หน้าอกขยาย

เมื่อหน้าอกขยายใหญ่ขึ้น เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ช่วงให้นม หรือหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก ผิวบริเวณฐานเต้านมอาจเกิดรอยแตกลายได้

นอกจากนี้ รอยแตกลายยังเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน และภาวะทางการแพทย์บางอย่าง เช่น กลุ่มอาการ Ehlers-Danlos (ความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ส่งผลต่อผิวหนัง ข้อต่อ และหลอดเลือด) และกลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s Syndrome ภาวะที่ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินไป) ถ้ามีรอยแตกลายขึ้นมากผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์

ดูแลผิวที่กำลังยืดขยายช่วงตั้งครรภ์

รอยแตกลายจะเกิดมากหรือน้อยขึ้นกับพันธุกรรมและลักษณะผิวของแต่ละคนเป็นหลัก ยังไม่มีวิธีไหนรับประกันได้ แต่สิ่งที่คุณแม่ทำได้ทุกวันคือดูแลผิวที่กำลังยืดขยายให้ชุ่มชื้น ผิวจะรู้สึกนุ่ม ไม่แห้งตึง และคุณแม่ก็สบายตัวขึ้นมาก สิ่งที่ทำได้ เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และกินอาหารที่หลากหลาย ทั้งผัก ผลไม้ และโปรตีน

  • ควบคุมให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ที่คุณหมอแนะนำ ไม่ขึ้นเร็วเกินไป

  • ทาครีม โลชั่น หรือออยล์บำรุงผิวบริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอกเป็นประจำ

  • เลี่ยงการเกาแรง ๆ เมื่อรู้สึกคัน ถ้าคันมาก มีผื่น หรือคันทั้งตัว ควรปรึกษาคุณหมอ

ตัวช่วยที่คุณแม่หลายคนติดไว้ข้างเตียงคือ Mama’s Choice Stretch Mark Cream ครีมบำรุงผิวสูตรสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นม เนื้อครีมบางเบา ไม่เหนอะหนะ ซึมเข้าผิวเร็ว ทาแล้วรู้สึกเย็นสบาย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวที่กำลังยืดขยาย ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น และแลดูเรียบเนียน ทาเสร็จก็ใส่เสื้อผ้าต่อได้เลย

ในสูตรมีน้ำมันโจโจบา น้ำมันมะกอก เชียบัตเตอร์ ว่านหางจระเข้ และไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง (Genistein) ไม่มีพาราเบน พทาเลต ไตรโคลซาน SLS และแอลกอฮอล์ในสูตร ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง ได้รับการรับรองฮาลาล และจดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6600003112 คุณแม่ที่ผิวแพ้ง่ายลองทาที่ท้องแขนเล็กน้อยก่อนได้

ซื้อ Stretch Mark Cream ที่ Shopee

ถ้าอยากดูแลผิวเป็นชุด มี Mama’s Choice Stretch Mark Complete Solution ชุดบำรุงผิวช่วงตั้งครรภ์ที่จัดมาให้ครบในชุดเดียว ซื้อทีเดียวใช้ได้ยาวตลอดช่วงที่ท้องโตขึ้น

ครีมบำรุงผิวช่วงตั้งครรภ์

ทาครีมอย่างไรให้ผิวชุ่มชื้นตลอดวัน

คุณแม่ตั้งครรภ์เริ่มทา Mama’s Choice Stretch Mark Cream ได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 หรือตั้งแต่เริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าท้องแห้งตึง ทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ลงบนผิวหน้าท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอก แล้วนวดวนเบา ๆ จนครีมซึมเข้าผิว

หลังคลอด ทาบำรุงผิวบริเวณเดิมต่อได้เลย ผิวที่เพิ่งผ่านการยืดขยายมาหลายเดือนยังต้องการความชุ่มชื้น การทาสม่ำเสมอช่วยให้ผิวนุ่มและแลดูเรียบเนียน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน

รอยแตกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ผ่านการตั้งครรภ์มา ไม่ว่าจะสีแดงหรือสีขาว คุณแม่ดูแลผิวได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับดูแลสุขภาพโดยรวม

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สารสกัดจากถั่วเหลืองในสกินแคร์ มีหน้าที่อะไร

รอยแตกลายสีขาว ดูแลผิวอย่างไรได้บ้าง

รอยแตกลายคืออะไร อยู่ถาวรไหม และดูแลผิวอย่างไร

รอยแตกลายเป็นกรรมพันธุ์หรือป้องกันได้ ความจริงที่คุณแม่ควรรู้

แชร์บทความนี้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

Stretch Mark Cream

ขายดี·ดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์

ครีมบำรุงผิวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ (Stretch Mark Cream)Stretch Mark Cream

฿229

★ 4.9 · 262 รีวิว

อ่านต่อ