Search

ปวดฟัน ช่วงตั้งครรภ์ ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยต่อลูก

 

อาการ ปวดฟัน ในระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่อสภาวะของทารกในครรภ์ เช่นการ คลอดก่อนกำหนด หรือ ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมปัญหานี้จึงมักเกิดกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อยู่เสมอ และอาจกังวลว่าการปวดฟันระหว่างตั้งครรภ์จะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ หรือมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร เพราะเคยทราบมาว่า การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์อาจเป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

Mama’s Choice มีคำตอบให้ในบทความนี้ค่ะ 🙂

 

อะไรคือสาเหตุของอาการปวดฟันในช่วงตั้งครรภ์

อาการปวดฟันในระหว่างตั้งครรภ์มักจะมาพร้อมกับเงื่อนไขต่างๆ เช่น ฟันผุ เสียวฟัน หรือ เลือดออกตามไรฟัน ซึ่งมักจะมีที่มาจากหลายๆ สาเหตุ ดังนี้

  • มีประวัติของฟันผุมาก่อนการตั้งครรภ์
  • ความรุนแรงของการแปรงฟัน หรือ การงดเว้นการทำความสะอาดช่องปากด้วย น้ำยาบ้วนปาก เพราะต้องการหลีกเลี่ยงอาการคลื่นไส้ในระหว่างตั้งครรภ์
  • การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง จนแบคทีเรียสามารถเข้ามาอาศัยอยู่ในฟันและเหงือกได้ง่ายขึ้น
  • ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ของน้ำลายเปลี่ยนไป ในหญิงตั้งครรภ์ น้ำลายจะกลายเป็นกรดมากขึ้น และมีผลให้เกิดการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์ในช่องปากเร็วขึ้น
  • อาการคลื่นไส้และอาเจียนบ่อยๆ ซึ่งมีผลในการทำลายเคลือบฟัน และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดฟันผุ
  • การขาดแคลเซียม เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์จะถูกทารกในครรภ์ดูดซึมแคลเซียมเพื่อไปใช้ในการเจริญเติบโต หญิงตั้งครรภ์จึงมีโอกาสที่จะปวดฟัน ฟันโยกคลอน หรือรุนแรงถึงขั้นฟันหลุดร่วงได้

ปวดฟัน ตั้งครรภ์ คนท้อง

 

วิธีจัดการกับอาการปวดฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ

สตรีมีครรภ์สามารถไปหาหมอฟันได้หรือไม่ คำตอบคือได้ และถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น! จากคำเตือนของกระทรวงสาธารณสุข (ประเทศไทย) สตรีมีครรภ์ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากเป็นอย่างมาก โดยสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากได้ตั้งแต่แรกฝากครรภ์

เนื่องจากในไตรมาสแรก ทารกต้องการสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการหลายๆ ด้าน  ดังนั้น ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ในช่วงนี้จะมีความไวต่อสิ่งรบกวนภายนอกมาก  และในช่วงท้ายของไตรมาสที่สามก็เป็นช่วงที่ค่อนข้างเสี่ยงในการดูแลรักษาด้านทันตกรรม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของมดลูกและทารกในครรภ์

ดังนั้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์คือช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์จนถึงระยะแรกของไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

การปรึกษาควบคู่ระหว่างสูตินรีแพทย์และทันตแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดฟันในระหว่างตั้งครรภ์ จะเป็นการดูแลรักษาอย่างปลอดภัยที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วแพทย์ก็มักจะกำหนดปริมาณและขนาดของยาที่แม่จะได้รับต่ำกว่าปกติอยู่แล้ว

คนท้อง ปวดฟัน ตั้งครรภ์

 

ปวดฟัน ช่วงตั้งครรภ์ อันตรายแค่ไหน

จากงานวิจัยในปี 2010 ซึ่งมีการตีพิมพ์ผลการศึกษาใน Journal of Natural Science, Biology and Medicine ระบุว่า สตรีตั้งครรภ์จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหงือกมากกว่าปกติ โดยได้แก่ เหงือกติดเชื้อ มีเลือดออก เหงือกบวม และอักเสบ ซึ่งความเจ็บปวดที่เกิดจากอาการเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลให้แม่ตั้งครรภ์เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวแล้ว การติดเชื้อที่เหงือกอย่างรุนแรงยังอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติในการตั้งครรภ์หลายประการ เช่น ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด หรือทารกเกิดมาพร้อมกับน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นต้น

และจากรายงานเพิ่มเติมของ The Journal of the American Medical Association ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2019 ระบุว่า ทุก 1 มิลลิกรัมของปริมาณฟลูออไรด์ที่แม่รับประทานเข้าไป จะส่งผลให้ไอคิวของทารกลดลง 3.7 หน่วย โดยเฉพาะทารกเพศชาย จะได้รับผลกระทบนี้มากกว่าทารกเพศหญิง นอกจากนี้ การบริโภคฟลูออไรด์ในปริมาณมาก อาจเป็นพิษต่อระบบประสาทของทารก และทำให้เกิดภาวะฟันตกกระได้

อย่างไรก็ตาม การที่แม่รับประทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างไม่คาดคิด  ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุด คุณแม่ควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ  และสามารถลองใช้ วิธีแก้ปวดฟันในระหว่างตั้งครรภ์ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100%  เช่น กานพลู ข่อย ผักชี กระเทียม มะขาม ขิง สะระแหน่ เป็นต้น

คนท้อง ปวดฟัน ตั้งครรภ์

 

วิธีจัดการกับอาการ ปวดฟัน ในระหว่าง ตั้งครรภ์

  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ เพราะน้ำเกลือสามารถช่วยกำจัดแบคทีเรียและบรรเทาอาการปวดได้  โดยใช้เกลือเพียง 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร) ผสมเข้ากับน้ำอุ่น 250 มิลลิลิตร แล้วนำมาอมกลั้วปากประมาณ 30 วินาทีจึงบ้วนออก สามารถทำซ้ำได้ตามความต้องการ  ทั้งนี้ เกลือไม่ได้มีฤทธิ์ในการรักษาโรคฟัน เพียงแต่จะช่วยกำจัดแบคทีเรียและทำให้เหงือกที่บวมชุ่มชื้นขึ้น ซึ่งจะบรรเทาอาการปวดลงได้
  • ใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวด เช่น ข่อย โดยให้ใช้กิ่งสด 5-6 นิ้วฟุต นำมาหั่นต้มใส่เกลือเคี่ยวให้งวด เหลือน้ำครึ่งเดียว ใช้อมเช้าและเย็น จะช่วยแก้ปวดฟัน หรือ ผักชี โดยให้ใช้เมล็ดนำมาต้มกับน้ำ ใช้อมบ้วนปากบ่อยๆ เป็นต้น
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แม่ตั้งครรภ์ควรใช้ น้ำยาบ้วนปากที่ปลอดภัยสำหรับผู้ตั้งครรภ์และให้นมบุตร เช่น Mama’s Choice Natural Mouthwash ซึ่งใช้สีธรรมชาติ ไม่มีแอลกอฮอล์ และปลอดสารพิษ เพราะน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์จะมีฤทธิ์ไปทำลายแบคทีเรียที่ดีในปาก หากใช้บ่อยเกินไป อาจทำให้เยื่อบุภายในช่องปากระคายเคือง เกิดเชื้อราในปาก และคราบหินปูนบนเนื้อฟันได้ง่าย (คราบหินปูน คือ คราบไบโอฟิล์ม หรือ คราบเหลือง คราบพลัคต่างๆ มีลักษณะเป็นแผ่นคราบเหนียวบางๆ ที่มีเชื้อจุลินทรีย์ และเกาะอยู่บนผิวฟัน) อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากแทนการแปรงฟัน เพราะอาจมีคราบจุลินทรีย์ และเศษอาหารต่างๆ คงตกค้างหลงเหลืออยู่ตามซอกเหงือกและฟัน รวมไปถึงกระพุ้งแก้ม ลิ้น และอื่นๆ ดังนั้นควรใช้น้ำยาบ้วนปากหลังจากแปรงฟันแล้วเท่านั้น (ถ้าไม่สามารถแปรงฟันได้ ควรใช้ไหมขัดฟัน แล้วจะต่อด้วยน้ำยาบ้วนปากก็ได้)
ลดราคาพิเศษ เหลือเพียง 79.- จาก 99.- | จัดส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 300.-

  • แปรงฟันให้บ่อยขึ้น วิธีนี้เป็นวิธีรักษาอาการปวดฟันที่ง่ายแต่ทรงพลังมาก โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน ใช้แปรงสีฟันที่มีหัวแปรงขนาดเล็ก เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้ขณะแปรงฟัน และที่สำคัญ ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของแม่และลูกน้อยในอนาคต เช่น Mama’s Choice Non-Fluoride Toothpaste ซึ่งมีรสชาติสะระแหน่สดปราศจากสารเติมแต่ง ปลอดสารพิษ และอุดมไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติเช่น กิ่งสิวาก ใบพลู และคลอโรฟิลล์
Mama's Choice toothpaste
ลดราคาพิเศษ เหลือเพียง 99.- จาก 129.- | จัดส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 300.-

  • บริโภคผักและผลไม้เป็นประจำ โดยอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์จะมาช่วยทำความสะอาดเศษอาหารที่หลงเหลือในปาก และลดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน  นอกจากนี้ สารอาหารที่ได้จากผักและผลไม้ยังมีประโยชน์ต่อแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้คุณแม่และทารกในครรภ์มีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น
  • ลดอาหารหวาน เนื่องจากน้ำลายจะทำการย่อยน้ำตาลให้กลายเป็นกรด ซึ่งกรดจากการย่อยน้ำตาลที่ว่านี้จะแทรกซึมไปยังเนื้อฟัน และประสาทฟัน จึงทำให้รู้สึกปวดฟันมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม การบรรเทาอาการปวดด้วยวิธีนี้อาจค่อนข้างยากสำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน โดยอาจทำได้โดยการพยายามงดอาหารบางชนิด หรือลดระดับความหวานในอาหารและเครื่องดื่มลงทีละน้อย หรือ พยายามบ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำเปล่า และแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากที่มีประสิทธิภาพ

  • งดสิ่งกระตุ้นที่มีผลทำให้ปวดฟันหรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น เช่น การรับประทานของแข็ง หรือ เย็นจัด เช่น น้ำแข็งหรือไอศกรีม  การรับประทานของร้อนจัด เช่น น้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน อาหารร้อนๆ  การรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัดหรือเปรี้ยวจัด เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณที่มีอาการปวดฟัน โดยให้ใช้ฟันด้านที่ไม่ปวดก่อน จนกว่าอาการปวดฟันอีกด้านจะหายไป เพราะอาการปวดฟันอาจรุนแรงขึ้น หากฟันซี่นั้นๆ ถูกกระแทกบ่อยๆ  ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น อาหารทอดแข็งๆ หรือเหนียวๆ
  • ปรึกษาทันตแพทย์ หรือบริการสุขภาพฟันที่ใกล้ที่สุด และที่สำคัญ อย่าลืมแจ้งกับแพทย์ว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์  เพื่อให้แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และปรับขนาดยาเพื่อรักษาอาการปวดฟันในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

 

SHARE THIS POST

Kankanid

Content Manager at Mama's Choice

Featured Article
Card image
5 เคล็ดลับป้องกัน...
Learn more
Card image
วิธีปั๊มนม...
Learn more
Card image
เช็กลิสต์...
Learn more
Card image
อาการแพ้ท้อง...
Learn more

Your Cart (0)

Close

เพิ่ม ฿300.00 เพื่อรับสิทธิในการจัดส่งฟรี!

Mini Cart

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า

Shop now