ข้ามไปที่เนื้อหา

ซื้อได้ที่ร้านทางการของเราบน Shopee หรือ ณ จุดจำหน่ายทั่วประเทศไทย

Mama's Choice

7 สิ่งที่คนท้องควรงด ลดความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด

แอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาที่ซื้อกินเอง อาหารกลุ่มเสี่ยง ความร้อนสูง การติดเชื้อ และสารเคมี 7 สิ่งที่คนท้องควรงดตามคำแนะนำของ CDC และ WHO พร้อมสิ่งที่ทำแทนได้

เขียนโดย ทีม Mama's Choiceบทความนี้ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากบุคลากรทางการแพทย์เผยแพร่ อัปเดต 2 นาที
คุณแม่ตั้งครรภ์วางมือบนหน้าท้อง กับรายการสิ่งที่ควรงดระหว่างตั้งครรภ์

คนท้องควรงดแอลกอฮอล์ บุหรี่และควันบุหรี่ ยาที่ซื้อกินเอง อาหารกลุ่มเสี่ยง ความร้อนสูง การติดเชื้อที่ป้องกันได้ และสารเคมีอันตราย ทั้ง 7 อย่างนี้อยู่ในคำแนะนำของ CDC และ WHO เพราะเกี่ยวข้องกับความพิการแต่กำเนิดที่ป้องกันได้ ส่วนความเครียดและการยกของหนักที่คุณแม่หลายคนกังวล ไม่ได้อยู่ในรายการสาเหตุโดยตรง และมีวิธีจัดการได้

ความพิการแต่กำเนิดเกิดจากอะไร และป้องกันได้แค่ไหน

ตามข้อมูลของ WHO ความผิดปกติแต่กำเนิดส่วนใหญ่ยังระบุสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ ส่วนที่ระบุได้มาจากพันธุกรรม การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะโภชนาการของคุณแม่ และปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม เช่น แอลกอฮอล์ ยาบางชนิด และสารเคมี

การที่ลูกเกิดมาพร้อมความผิดปกติจึงไม่ได้แปลว่าคุณแม่ทำอะไรผิด

สิ่งที่คุณแม่ทำได้คือเลี่ยงปัจจัยที่มีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยง CDC ระบุว่าความพิการแต่กำเนิดส่วนใหญ่เกิดในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อวัยวะของทารกกำลังก่อตัว หลายข้อในรายการนี้จึงควรเริ่มตั้งแต่วางแผนมีลูก ไม่ต้องรอให้ตรวจเจอสองขีดก่อน

7 สิ่งที่คนท้องควรงด

1. แอลกอฮอล์ทุกชนิดและทุกปริมาณ

CDC ระบุว่ายังไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ใดที่ยืนยันได้ว่าปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ และไม่มีชนิดเครื่องดื่มใดที่ปลอดภัยกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ หรือสุรา แอลกอฮอล์ผ่านรกไปถึงทารกโดยตรง และสัมพันธ์กับกลุ่มอาการ Fetal Alcohol Spectrum Disorders ซึ่งกระทบทั้งการเจริญเติบโต โครงสร้างใบหน้า และพัฒนาการของสมอง

ถ้าดื่มไปก่อนรู้ตัวว่าท้อง ให้หยุดตั้งแต่ตอนนี้และแจ้งแพทย์ที่ฝากครรภ์ ไม่ต้องโทษตัวเองนะคะ

2. บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และควันบุหรี่มือสอง

ตามข้อมูลของ CDC การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงของปากแหว่งเพดานโหว่ การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อย และการเสียชีวิตเฉียบพลันในทารก นิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ลดออกซิเจนที่ไปถึงลูก

ควันบุหรี่มือสองนับด้วย หากคนในบ้านสูบ ขอให้สูบนอกบ้าน บุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะส่วนใหญ่ยังมีนิโคติน ซึ่ง CDC ระบุว่าเป็นอันตรายต่อสมองและปอดที่กำลังพัฒนาของทารก

3. ยา สมุนไพร และวิตามินที่ซื้อกินเอง

คำว่า "ยา" ในที่นี้รวมถึงยาสิวชนิดกิน (เช่น ไอโซเตรติโนอิน) ยาสมุนไพร ยาลูกกลอน และวิตามินขนาดสูง โดยเฉพาะวิตามินเอในรูปเรตินอล NHS แนะนำให้คนท้องหลีกเลี่ยงอาหารเสริมที่มีวิตามินเอและงดกินตับ เพราะวิตามินเอปริมาณมากเป็นอันตรายต่อทารก

หลักที่ CDC แนะนำคือบอกแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังกินอะไรอยู่ ก่อนเริ่มหรือหยุดยาใด ๆ ส่วนยาโรคประจำตัวก็ไม่ควรหยุดเอง เพราะโรคที่ควบคุมไม่ได้เป็นความเสี่ยงต่อลูกเช่นกัน

4. อาหารกลุ่มเสี่ยง และการกินที่ไม่สมดุล

อาหารที่ควรงดตามคำแนะนำของ NHS แบ่งได้เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และกลุ่มที่มีสารสะสม

  • เนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารทะเลที่ดิบหรือสุกไม่ทั่ว เพราะเสี่ยงต่อเชื้อ Listeria, Salmonella และ Toxoplasma
  • นมและชีสที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์
  • ปลาที่มีปรอทสูง เช่น ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบ และจำกัดปลาทูน่า
  • ตับและผลิตภัณฑ์จากตับ เพราะมีวิตามินเอสูง
  • คาเฟอีนเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือกาแฟราวสองแก้ว

สำหรับรายละเอียดรายเมนู อ่านต่อได้ที่ คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง เปิดลิสต์อาหาร 10 ชนิดที่แม่ท้องต้องเลี่ยง

ปริมาณก็สำคัญ CDC จัดให้การควบคุมเบาหวานและการคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันความพิการแต่กำเนิด เพราะเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารก การกินมากเกินไปจึงไม่ใช่การ "กินเผื่อลูก"

5. ความร้อนสูงและการปล่อยให้ไข้ขึ้น

CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงภาวะร่างกายร้อนเกิน และรีบดูแลเมื่อมีไข้ เพราะไข้สูงในช่วงต้นของการตั้งครรภ์สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความผิดปกติของหลอดประสาท

ในทางปฏิบัติหมายถึงงดซาวน่าและการแช่น้ำร้อนจัดเป็นเวลานาน และเมื่อมีไข้ ให้วัดอุณหภูมิ ดื่มน้ำ และปรึกษาแพทย์เรื่องยาลดไข้ที่ใช้ได้ แทนการอดทนรอให้หายเอง

6. การติดเชื้อที่ป้องกันได้

การติดเชื้อบางชนิดระหว่างตั้งครรภ์ส่งผลโดยตรงต่อทารก WHO ยกตัวอย่างหัดเยอรมัน ซิฟิลิส และซิกา ส่วน CDC เพิ่ม Toxoplasma, Cytomegalovirus และ Listeria เข้ามาในรายการที่ป้องกันได้ด้วยพฤติกรรม

สิ่งที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

  • ล้างมือบ่อย โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดน้ำลายเด็กเล็ก หรือจับเนื้อดิบ
  • ให้คนอื่นเปลี่ยนทรายแมว หรือใส่ถุงมือและล้างมือทันทีหากต้องทำเอง
  • ปรุงอาหารให้สุกทั่ว และล้างผักผลไม้ก่อนกิน
  • ตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันและฉีดวัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพราะวัคซีนหัดเยอรมันฉีดระหว่างท้องไม่ได้
  • ป้องกันยุงกัดเมื่อไปในพื้นที่ที่มีรายงานไวรัสซิกา

การฝากครรภ์เร็วช่วยได้อีกทาง เพราะมีการตรวจคัดกรองการติดเชื้อรวมอยู่แล้ว อ่านว่าต้องเตรียมอะไรบ้างได้ที่ ทุกเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้เกี่ยวกับการฝากครรภ์

7. สารเคมีและสารพิษในบ้านและที่ทำงาน

สารที่ CDC และ WHO ระบุว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของทารก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท ยาฆ่าแมลงบางกลุ่ม และตัวทำละลายในสี ทินเนอร์ และกาว คุณแม่ที่ทำงานในโรงงาน ร้านทำเล็บ หรือฟาร์ม ควรแจ้งแพทย์เรื่องลักษณะงานตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก

ที่บ้าน เปิดหน้าต่างเมื่อใช้น้ำยาทำความสะอาดฤทธิ์แรง และเลี่ยงการทาสีห้องเอง ส่วนผสมในสกินแคร์ที่มักแนะนำให้เลี่ยงช่วงตั้งครรภ์ เช่น เรตินอยด์ชนิดทาและไฮโดรควิโนน อ่านต่อได้ที่ สกินแคร์คนท้อง เช็ก 5 ส่วนผสมที่ควรเลี่ยง และอันไหนแค่ข่าวลือ

แล้วความเครียดกับการยกของหนักล่ะ

ความเครียดในชีวิตประจำวันไม่ได้อยู่ในรายการสาเหตุของความพิการแต่กำเนิดที่ CDC หรือ WHO ระบุไว้ แต่ความเครียดเรื้อรังทำให้นอนไม่หลับ กินไม่เป็นเวลา และบางครั้งทำให้ขาดนัดฝากครรภ์ หากรู้สึกเศร้าหรือกังวลต่อเนื่อง ให้บอกแพทย์หรือพยาบาลที่ฝากครรภ์

การยกของหนักไม่ได้ทำให้ทารกพิการ แต่ ACOG ระบุว่าการตั้งครรภ์ทำให้ข้อต่อหลวมขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยน การยกของหนักจึงเพิ่มโอกาสปวดหลังและบาดเจ็บของคุณแม่เอง หากต้องยก ให้ย่อเข่า เก็บของไว้ใกล้ตัว และหลีกเลี่ยงการบิดตัว รายละเอียดอยู่ใน คนท้องปวดหลัง อันตรายหรือไม่ ดูแลอย่างไรให้หายดี

สิ่งที่ควรเริ่มทำ นอกจากการงด

นอกจากสิ่งที่ควรงด CDC ยังแนะนำสิ่งที่ควรเริ่มทำไว้คู่กัน

กรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน เริ่มอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และต่อเนื่องตลอดไตรมาสแรก กรดโฟลิกช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติของสมองและไขสันหลังของทารก หลอดประสาทปิดภายในสัปดาห์แรก ๆ ของการตั้งครรภ์ ช่วงที่คุณแม่หลายคนยังไม่รู้ตัวว่าท้อง จึงควรเริ่มกินตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

ฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของกรมอนามัย และไปตามนัดทุกครั้ง WHO แนะนำให้พบบุคลากรทางการแพทย์อย่างน้อย 8 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ การตรวจแต่ละครั้งคัดกรองสิ่งที่คุณแม่สังเกตเองไม่ได้ ทั้งความดัน น้ำตาล และการติดเชื้อ

ควบคุมโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร่วมกับแพทย์ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ยาบางตัวอาจต้องเปลี่ยน ซึ่งควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์

ตารางสรุป งดอะไร เพราะอะไร ทำอะไรแทน

สิ่งที่ควรงดเหตุผลตามแหล่งอ้างอิงสิ่งที่ทำแทนได้
แอลกอฮอล์CDC: ไม่มีปริมาณที่ปลอดภัยน้ำเปล่า น้ำผลไม้คั้นสด นมถั่วหรือนมอัลมอนด์
บุหรี่และควันบุหรี่CDC: ปากแหว่งเพดานโหว่ คลอดก่อนกำหนดขอความช่วยเหลือเลิกบุหรี่ ให้คนในบ้านสูบนอกบ้าน
ยาที่ซื้อกินเองNHS: วิตามินเอสูงเป็นอันตรายต่อทารกถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง
อาหารดิบ นมไม่พาสเจอร์ไรซ์ ปลาปรอทสูงNHS: เสี่ยง Listeria, Toxoplasma, ปรอทปรุงสุกทั่ว เลือกปลาตัวเล็ก เช่น ปลาทู ปลานิล
ซาวน่า อ่างน้ำร้อน ไข้ที่ปล่อยไว้CDC: ความร้อนสูงช่วงต้นครรภ์อาบน้ำอุ่น ปรึกษาแพทย์เมื่อมีไข้
ทรายแมว เนื้อดิบ ยุงในพื้นที่เสี่ยงCDC และ WHO: การติดเชื้อที่ส่งถึงทารกล้างมือ ใส่ถุงมือ ป้องกันยุง ฉีดวัคซีนก่อนท้อง
ตะกั่ว ตัวทำละลาย ยาฆ่าแมลงCDC และ WHO: สารพิษต่อพัฒนาการระบายอากาศ แจ้งแพทย์เรื่องลักษณะงาน อ่านฉลาก

เมื่อไรที่ควรติดต่อแพทย์ทันที

  • มีไข้ โดยเฉพาะไข้สูง หรือมีไข้ร่วมกับผื่น
  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหัดเยอรมันหรืออีสุกอีใส และไม่แน่ใจว่ามีภูมิคุ้มกัน
  • กินยาหรือสมุนไพรไปแล้วก่อนรู้ว่าตั้งครรภ์ และไม่แน่ใจว่าเป็นยาอะไร
  • น้ำตาลหรือความดันที่เคยควบคุมได้เริ่มแกว่ง

สรุปสั้น ๆ คือถามแพทย์ก่อนทำเมื่อไม่แน่ใจ และฝากครรภ์ให้เร็ว ข้อควรระวังอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความพิการแต่กำเนิดโดยตรง อ่านต่อได้ที่ 10 ข้อห้ามที่คนท้องต้องระวังเป็นพิเศษ

คำถามที่พบบ่อย

คนท้องดื่มแอลกอฮอล์นิดหน่อยได้ไหม
CDC ระบุว่ายังไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ใดที่ยืนยันได้ว่าปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ และไม่มีช่วงเวลาใดของการตั้งครรภ์ที่ดื่มได้โดยไม่มีความเสี่ยง จึงควรงดทั้งหมดตั้งแต่เริ่มวางแผนมีลูก
ต้องกินกรดโฟลิกวันละเท่าไร และเริ่มเมื่อไร
CDC แนะนำกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน โดยเริ่มอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์และกินต่อเนื่องตลอดช่วง 3 เดือนแรก เพราะหลอดประสาทของทารกปิดตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ของการตั้งครรภ์ ช่วงที่คุณแม่หลายคนยังไม่รู้ตัวว่าท้อง
กินยาไปก่อนรู้ว่าท้อง ต้องทำอย่างไร
ไม่ต้องตกใจ แต่อย่าเดาเอง จดชื่อยา ขนาด และวันที่กิน แล้วนำไปปรึกษาสูตินรีแพทย์ในการฝากครรภ์ครั้งแรก ยาส่วนใหญ่ที่ใช้ทั่วไปไม่ได้เพิ่มความเสี่ยง แต่ยาบางกลุ่มต้องติดตามเป็นพิเศษ
คนท้องเป็นไข้ อันตรายต่อลูกไหม
CDC ระบุว่าไข้สูงในช่วงต้นของการตั้งครรภ์สัมพันธ์กับความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิดบางชนิดที่เพิ่มขึ้น หากมีไข้ ให้วัดอุณหภูมิ ดื่มน้ำ และปรึกษาแพทย์เรื่องยาลดไข้ที่ใช้ได้ แทนการปล่อยให้ไข้สูงอยู่นาน
ความเครียดทำให้ลูกพิการได้ไหม
ความเครียดในชีวิตประจำวันไม่ได้อยู่ในรายการสาเหตุของความพิการแต่กำเนิดที่ CDC หรือ WHO ระบุไว้ แต่ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อการนอน การกิน และการไปตามนัดฝากครรภ์ ซึ่งล้วนสำคัญ หากรู้สึกรับมือไม่ไหว ให้บอกแพทย์หรือพยาบาลที่ฝากครรภ์

แหล่งที่มา

แชร์บทความนี้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ

อ่านต่อ