เซลลูไลท์กับรอยแตกลายต่างกันอย่างไร และคุณแม่ดูแลผิวได้อย่างไร
เซลลูไลท์กับรอยแตกลายไม่ใช่สิ่งเดียวกัน มาดูว่าแต่ละอย่างคืออะไร เกิดจากอะไร และวิธีดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์ที่คุณแม่ทำได้เองที่บ้าน รวมถึงเมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ผู้หญิงหลายคนเคยมีทั้งเซลลูไลท์และรอยแตกลาย หรือเคยได้ยินสองคำนี้มาบ้าง แต่ทั้งสองอย่างเกิดต่างกันและดูต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่าง และวิธีดูแลผิวที่คุณแม่ทำได้เองระหว่างตั้งครรภ์
ทั้งเซลลูไลท์และรอยแตกลายพบได้บ่อยมากในผู้หญิง โดยเฉพาะหลังวัยรุ่นและช่วงตั้งครรภ์ ทั้งสองอย่างไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผิว แต่ก็เข้าใจได้ถ้าคุณแม่บางคนรู้สึกไม่มั่นใจ การรู้ว่าแต่ละอย่างเกิดจากอะไรช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้ตรงขึ้น
เซลลูไลท์และรอยแตกลายคืออะไร
เซลลูไลท์คือลักษณะผิวที่ดูเป็นลอน เป็นหลุมเล็ก ๆ หรือไม่เรียบคล้ายผิวส้ม มักพบที่ต้นขา สะโพก ก้น และหน้าท้อง เกิดจากเนื้อเยื่อพังผืดที่ยึดผิวหนังไว้กับชั้นด้านล่าง เมื่อชั้นไขมันใต้ผิวดันขึ้นมาระหว่างพังผืดเหล่านี้ ผิวด้านบนจึงดูเป็นลอน เซลลูไลท์พบได้ในคนทุกรูปร่าง ไม่ได้เกิดเฉพาะคนที่มีน้ำหนักมาก และพันธุกรรมกับฮอร์โมนก็มีส่วน
รอยแตกลาย หรือ striae คือเส้นหรือร่องบนผิว มักพบที่หน้าท้อง หน้าอก สะโพก ต้นขา และก้น เกิดเมื่อผิวยืดขยายเร็วกว่าที่เส้นใยในชั้นผิวหนังแท้จะปรับตัวทัน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ช่วงวัยรุ่นที่โตเร็ว หรือเมื่อน้ำหนักขึ้นเร็ว ฮอร์โมนและพันธุกรรมก็มีผลเช่นกัน รอยใหม่มักเป็นสีชมพู แดง หรือม่วง แล้วค่อย ๆ จางเป็นสีขาวหรือสีเงินเมื่อเวลาผ่านไป
ระหว่างตั้งครรภ์ รอยแตกลายมักเริ่มเห็นในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 เมื่อท้องขยายเร็ว และอาจมีรอยใหม่เกิดเพิ่มขึ้นได้ตามที่ผิวยังยืดขยายอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่ารอยเดิม "ลาม" ออกไป
อ่านเพิ่มเติม: ทุกเรื่องที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับรอยแตกลาย
ดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์อย่างไรดี
เซลลูไลท์กับรอยแตกลายเกิดต่างกัน และยังไม่มีวิธีใดที่พิสูจน์ได้ว่าทำให้ไม่เกิดรอยแตกลายแน่นอน เพราะพันธุกรรมและฮอร์โมนมีผลมาก สิ่งที่คุณแม่ทำได้คือดูแลสุขภาพโดยรวมและดูแลผิวให้ชุ่มชื้น อ่านเรื่องปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่รอยแตกลายเป็นกรรมพันธุ์ไหม
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่หลักฐานว่าการดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยเรื่องรอยแตกลายโดยตรงยังมีไม่มาก ให้ถือเป็นการดูแลสุขภาพทั่วไป ส่วนกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คุณแม่ตั้งครรภ์ควรจำกัดปริมาณอยู่แล้ว
2. ให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์
รอยแตกลายเกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ระหว่างตั้งครรภ์น้ำหนักต้องเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว สิ่งที่ทำได้คือให้น้ำหนักค่อย ๆ ขึ้นตามเกณฑ์ที่คุณหมอที่ฝากครรภ์แนะนำ ไม่ควรอดอาหารหรือลดน้ำหนักเองระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดหากอยากลดน้ำหนัก ควรค่อยเป็นค่อยไป
3. กินอาหารให้หลากหลายและครบหมู่

ผิวที่แข็งแรงต้องการสารอาหารครบถ้วน เช่น โปรตีน วิตามินซี วิตามินอี และสังกะสี ซึ่งได้จากอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ ปลา และเนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปน้อย ถ้าคิดจะกินวิตามินเสริม ควรถามคุณหมอก่อนทุกครั้ง
4. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายเบา ๆ อย่างเดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะสำหรับคนท้อง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น สำหรับเซลลูไลท์ การมีกล้ามเนื้อแข็งแรงอาจช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบขึ้นบ้าง ก่อนเริ่มออกกำลังกายแบบใหม่ระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์
5. ทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นทุกวัน
ผิวหน้าท้อง สะโพก และหน้าอกที่ยืดขยายมักแห้งและตึง การทาครีม โลชั่น หรือออยล์บำรุงผิวเป็นประจำช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและรู้สึกสบายขึ้น จะเริ่มตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ก็ได้ ไม่ต้องรอให้เห็นรอย
เมื่อมีรอยแล้ว ดูแลอย่างไรได้บ้าง

รอยแตกลายส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงและสีอ่อนลงเองหลังคลอด แต่มักไม่หายไปทั้งหมด เซลลูไลท์ก็เช่นกัน วิธีด้านล่างเป็นการดูแลผิวและรูปลักษณ์ ผลลัพธ์ต่างกันไปในแต่ละคน
1. ดูแลสุขภาพต่อเนื่อง
การกิน นอน และขยับร่างกายอย่างพอดีหลังคลอดดีต่อทั้งร่างกายและผิว แม้จะไม่ทำให้รอยหายไป แต่ช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวได้ดี
2. เลี่ยงการเกา
ผิวที่ยืดขยายมักแห้งและคัน การเกาแรง ๆ อาจทำให้ผิวถลอกและระคายเคือง ลองทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น และใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่มระบายอากาศแทน อ่านเพิ่มเติมได้ที่การดูแลรอยแตกลาย ถ้าคันมากทั่วตัว โดยเฉพาะที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า หรือคันจนนอนไม่หลับ ควรบอกคุณหมอที่ฝากครรภ์นะคะ เพราะบางครั้งเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องตรวจเพิ่ม
3. ปกป้องผิวจากแสงแดด
แสงแดดอาจทำให้สีผิวรอบรอยเข้มขึ้น จนเห็นความต่างระหว่างรอยกับผิวรอบข้างชัดกว่าเดิม การใส่เสื้อผ้าปกปิดหรือทาครีมกันแดดเมื่อต้องออกแดดจึงช่วยได้
4. ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเรื่องหัตถการ
แพทย์ผิวหนังมีหัตถการที่อาจช่วยให้รอยแตกลายหรือเซลลูไลท์ดูจางลง เช่น เลเซอร์บางชนิด มักต้องทำหลายครั้ง ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และผลลัพธ์ไม่เหมือนกันทุกคน หัตถการและยาทาบางชนิด เช่น ยากลุ่มเรตินอยด์ มักไม่แนะนำระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นม ควรรอปรึกษาแพทย์หลังคลอด
5. บำรุงผิวด้วยเซรั่มและครีมที่ทาแล้วอยากทาต่อทุกวัน
หัวใจของการดูแลผิวที่ยืดขยายคือความสม่ำเสมอ และคนเราจะทาอะไรได้ทุกวันก็ต่อเมื่อชอบเนื้อสัมผัสของมัน ผลิตภัณฑ์ที่ซึมไว ไม่เหนอะหนะ และให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นทันทีจึงช่วยให้คุณแม่ไม่ทิ้งกลางทาง
คุณแม่หลายคนเริ่มจาก Mama's Choice Stretch Mark Serum เซรั่มเนื้อบางเบาสำหรับผิวที่ยืดขยาย เช่น หน้าท้อง สะโพก และต้นขา ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ในการทดสอบการใช้งานจริงโดยผู้บริโภคปี 2022 (n=29) คุณแม่ 90% เห็นด้วยว่าผิวรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น และ 83% เห็นด้วยว่าผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6600038970
ส่วนผสมหลักใน Mama's Choice Stretch Mark Serum ได้แก่
-
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
-
สารสกัดจากใบมักเวิร์ต (Artemisia Princeps Leaf Extract) ช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและสบาย
-
บิซาโบลอล (Bisabolol) ช่วยให้ผิวรู้สึกสบาย
ตามด้วย Mama's Choice Stretch Mark Cream ครีมเนื้อนุ่มที่ช่วยให้ผิวที่ยืดขยายรู้สึกนุ่ม ชุ่มชื้น และยืดหยุ่น จากแบบสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภคปี 2022 (n=78) คุณแม่ 98% รู้สึกว่าครีมซึมเข้าผิวง่าย และ 97% รู้สึกว่าทาแล้วสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ จดแจ้งกับ อย. เลขที่ 10-2-6600003112
ส่วนผสมในครีม ได้แก่
-
น้ำมันมะกอก (Olive Fruit Oil) มีสารต้านอนุมูลอิสระ และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
-
ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ลดความรู้สึกแห้งตึง
-
ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง (Genistein) ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและรู้สึกยืดหยุ่น
-
น้ำมันโจโจบา (Jojoba Oil) ช่วยให้ผิวนุ่มและชุ่มชื้น
อ่านเพิ่มเติม: ครีม ออยล์ หรือเซรั่มทาท้องลาย ต่างกันอย่างไร
ทั้งเซรั่มและครีมไม่มีพาราเบนในสูตร และเป็นสูตรสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมโดยเฉพาะ ใครที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ก็ใช้บำรุงผิวได้เช่นกัน ถ้าเคยแพ้ส่วนผสมใด อ่านรายการส่วนผสมบนฉลากก่อนใช้
ใช้หลังอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง ทาเซรั่มก่อนแล้วตามด้วยครีม นวดเบา ๆ จนซึมเข้าผิว เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่คุณแม่ได้ดูแลตัวเองและทักทายลูกในท้องไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดูรายละเอียดและช่องทางซื้อได้ที่หน้า Stretch Mark Serum และ Stretch Mark Cream
สรุปแล้ว เซลลูไลท์เกิดจากโครงสร้างใต้ผิวและไขมัน ส่วนรอยแตกลายเกิดจากผิวที่ยืดขยายเร็ว ทั้งสองอย่างพบได้บ่อยและไม่เป็นอันตราย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณแม่ดูแลผิวได้อย่างสบายใจขึ้นนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง: รอยแตกลายสีแดงกับสีขาวต่างกันอย่างไร และวิธีดูแล
อ้างอิง:
Cellulitis: Overview. (n.d.). Cellulitis: Overview. Retrieved November 29, 2022, from https://www.aad.org/public/diseases/a-z/cellulitis-overview
Stretch marks, Symptoms and causes. (2022, August 23). Mayo Clinic. Retrieved November 29, 2022, from https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/stretch-marks/symptoms-causes/syc-20351139
Cellulite, Symptoms and causes. (2021, November 3). Mayo Clinic. Retrieved November 29, 2022, from https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cellulite/symptoms-causes/syc-20354945
Stretch marks: Why they appear and how to get rid of them. (n.d.). Stretch Marks: Why They Appear and How to Get Rid of Them. Retrieved November 29, 2022, from https://www.aad.org/public/cosmetic/scars-stretch-marks/stretch-marks-why-appear
Team, E. (2021, February 2). The Difference Between Stretch Marks and Cellulite. Eeva Medical Aesthetic Clinic. Retrieved November 29, 2022, from https://eevamedicalclinic.com/stretch-marks-vs-cellulite/
What Is the Difference Between Cellulite and Stretch Marks? | Livestrong.com. (n.d.). LIVESTRONG.COM. Retrieved November 29, 2022, from https://www.livestrong.com/article/41793-difference-between-cellulite-stretch/
How to Prevent Stretch Marks: 7 Tips. (n.d.). How to Prevent Stretch Marks: 7 Tips. https://www.healthline.com/health/how-to-prevent-stretch-marks
เกี่ยวกับผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ในหน้านี้
บทความฉบับนี้ไม่ได้แสดงตัวเลขผลการทดสอบหรือผลสำรวจของผลิตภัณฑ์ เพราะเราไม่ต้องการให้ตัวเลขถูกอ่านเป็นคำสัญญาว่ารอยจะหายไป ผลิตภัณฑ์ทั้งสองเป็นเครื่องสำอางสำหรับบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่ใช่ยา และผลที่คุณแม่แต่ละคนรู้สึกได้จะแตกต่างกันตามสภาพผิว
แหล่งที่มา
- DermNet, Striae distensae
- DermNet, Cellulite
- การทดสอบทางคลินิกโดย Spincontrol Thailand ปี 2023, n=22
แชร์บทความนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ หากกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่หรือลูก ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลได้เสมอ



